บทที่ 7 บทสุดท้าย


แต่ปากข้ากลับตอบเขาไปว่า    “คุณชายรอง   ข้ามิอาจรั้งอยู่

มือของคุณชายรองยังคงปิดที่ดวงตาของเขา   หลังจากฟังคำตอบของข้า  เขาไม่พูดอะไรและมิได้ลดมือลง

ข้ากล่าวต่อ    คุณชายรองท่านควรจะสั่งการพ่อบ้านถึงสิ่งที่ต้องตระเตรียมเอาไว้   หากท่านไม่ทำ   ข้าเกรงว่าเขาจะเตรียมการไม่รอบคอบ   ทำให้ดูแลท่านขาดตกบกพร่อง

คุณชายรองยังคงไม่ขยับ    ดังนั้นข้าจึงจัดแจงเรียกพ่อบ้านเข้ามา    มือไม้ของพ่อบ้านอ่อนระทวยอยู่ข้างตัวเมื่อยืนอยู่ที่มุมห้อง    ข้าพูดว่า     “ท่านพ่อบ้าน   ท่านต้องจดจำสิ่งที่ข้าจะบอกท่านให้ดี
  
พ่อบ้านผงกศีรษะ    แม่นางจะกล่าวสิ่งใด?”

ข้าพูด    ขาของคุณชายรองได้รักษาหายแล้วก็จริง    แต่หากเมื่อถึงหน้าฝนหรือหน้าหนาวก็จะปวดขึ้นมาอีก    ท่านต้องจัดเตรียมผ้าอุ่นไว้เพื่อให้นายท่านใช้กดบนขา    มีร้านยาที่หัวถนนเก่าที่พวกเราเคยอาศัย   ชื่อร้าน หวนสู่ใบไม้ผลิ    ถึงแม้จะเป็นร้านเล็กๆ.... แต่เถ้าแก่ผู้จัดยาเก่งมาก    หลายปีมานี่เขาเป็นผู้จัดหายาสมุนไพรเพื่อรักษาอาการของนายท่าน  หากนายท่านมีปัญหาป่วยไข้ให้ไปหาเขา

ขาไม้ไผ่ต้องเปลี่ยนทุกๆสามเดือน    มีช่างไม้ที่อยู่ในเมืองรู้สัดส่วนขนาดเป็นอย่างดี    ท่านจะใช้ผ้าไหมนุ่มมารองขาไม้ไม่ได้เพราะมันจะลื่นไม่อยู่ตัว   ท่านต้องใช้ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบหน่อย    ส่วนเสื้อผ้าของนายท่าน    ขากางเกงข้างซ้ายต้องใช้ผ้าหนาหน่อย   ข้าได้จดขนาดของกางเกงไว้ให้ที่นายหญิงหยางแล้ว
  
“………………..”

นายน้อยไม่จู้จี้เรื่องอาหารการกินแต่เขามิชอบรสจัด     เพื่อรักษาสุขภาพในระยะยาว   เขาไม่ควรจะกินอาหารเผ็ด   ท่านต้องกำชับพ่อครัวอย่าทำรสจัดนัก

ท่านต้องตรวจตราในยามค่ำคืน - หากว่านายท่านนอนไม่หลับ   เขาชอบออกมานั่งดื่มเหล้าในสวน   ท่านต้องดูแลอย่าให้เขาดื่มมากเกินไป แต่อย่ารบกวนเขาให้แอบดูเงียบๆหลังศาลา   อย่าปล่อยให้ท่านทุกข์ใจเกินไป....ท่านพ่อบ้าน.....      ข้ากำลังจะพูดต่อแต่เหลือบไปเห็นน้ำตาบนหน้าของพ่อบ้านและเขาก็คุกเข่าลง
  
แม่นาง....”     ข้าไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อบ้าน   เมื่อก่อนตอนนายท่านหยางผู้พ่อยังอยู่   ท่านพ่อบ้านก็ดูไม่ใช่คนช่างร้องห่มร้องไห้สักหน่อย   ข้าหันหลังกลับไปหมายจะเรียกให้คุณชายรองช่วยกล่าวคำปลอบใจท่านพ่อบ้านซักหน่อยแต่กลับเห็นคุณชายรองยังคงนั่งอยู่ในลักษณะเดิมไม่เคลื่อนไหว

เหมือนกับว่าข้าได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองสามปีก่อนที่คุณชายรองกลับมาบ้านพร้อมกับอาการเจ็บป่วย   สภาพของเขาเหมือนคนอยู่ไม่สู้ตาย    ข้าเขย่าตัวคุณชายรองแล้วพูดว่า   “คุณชายรองเจ้าค่ะ   ท่านเป็นอะไรไป?”
  
คุณชายรองไม่ขยับเขยื้อน   ฝ่ามือของเขาปิดที่ดวงตามองเห็นเพียงริมฝีปากที่ขบกัดกันแน่น    ท่านพ่อบ้านรีบเสริมขึ้นข้างๆ    “ตั้งแต่แม่นางจากไป   คุณชายรองไม่ได้กินอะไรมาสามวัน”   ดวงตาข้าเบิกกว้าง   ข้ารีบถามคุณชายรองว่า    "คุณชายรอง  ทำไมท่านไม่กินอะไร?"
  
พ่อบ้านคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าแล้วลุกขึ้นยืน    เขาพูดว่า   แม่นาง  ข้าชราแล้วมิสามารถจดจำทุกสิ่ง   ท่านจดจำไว้เองเถิด     พอเขาพูดจบ เขารีบหันกายกลับออกไป
  
ข้ายืนตะลึงพรึงเพริด    ไฮ้...ใช้ได้ที่ไหน....ทำไมคนอย่างท่านพ่อบ้านถึงทำเช่นนี้ล่ะ????
  
ลิงน้อย....    คุณชายรองเปิดปากพูด    ข้ารีบมาอยู่ข้างกายเขา   ข้าพูดว่า    คุณชายรอง  ท่านอยากกินอะไรไหม   บ่าวจะเข้าครัวจัดเตรียมมาให้ท่าน

คุณชายรองครุ่นคิดชั่วครู่แล้วเขาก็พูดว่า   บะหมี่น้ำ
  
เดี๋ยวบ่าวทำให้  ท่านรออยู่นี่ก่อน”     ข้าแทบจะเหาะไปที่ครัวทำบะหมี่น้ำมาให้เขา    ระหว่างทางที่มุ่งไปที่ครัว   สายตาใครต่อใครที่มองมาที่ข้าดูมีความคาดหวังแบบท่วมท้น   ข้าได้รับผลกระทบจากสายตาเหล่านั้นจึงตั้งปณิธานว่าข้าจะใช้ทุกวิธีเพื่อให้คุณชายรองกลืนบะหมี่น้ำชามนี้ให้จงได้     ข้าถึงกับทบทวนในใจถึงวิธีการล่วงเกินคุณชายรองครั้งนั้นที่เขาไม่ยอมกินอะไรในอดีต
  
อ้า.. แต่จะใช้วิธีนั้นได้อย่างไรตอนนี้คุณชายรองแข็งแรงขนาดนั้น    เขาต้องดิ้นหลุดมือข้าแน่ๆ    อย่างไรก็ดีครั้งนี้คุณชายรองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อข้าส่งชามบะหมี่น้ำให้เขา   เขาก็กินอย่างรวดเร็ว   เห็นเขามีเรี่ยวแรงกินบะหมี่น้ำ ใจของข้าก็เบาลง    คุณชายรองหยุดทานบะหมี่   เขาจ้องมองดูชามแล้วพูดเสียงทุ้มขึ้นมาว่า    เจ้าจำครั้งที่เรากินบะหมี่ด้วยกันเมื่อก่อนได้หรือไม่


ข้าบอกว่าข้าจำได้    ยามเขากลับมาดึกดื่น   พวกเราก็จะไปนั่งกินบะหมี่ที่ในครัวด้วยกัน   ในตอนนี้ถึงจะเป็นบะหมี่น้ำเหมือนกัน   แต่ครั้งนี้ก็บรรจุมาในชามกระเบื้องหยกชั้นดี
  
คุณชายรองกล่าวว่า   “วันที่เจ้าจากไป   ข้าเฝ้าคิดถึงบะหมี่น้ำชามนี้
  
ข้ากล่าวว่า   “หากคุณชายรองอยากทานบะหมี่   ท่านควรบอกพ่อบ้าน    
  
ทำไมท่านถึงปล่อยให้ตัวเองหิวโหยน่ะ........

คุณชายรองหัวเราะเสียงขมแล้วกล่าวตอบข้าว่า    “บางครั้งข้าไม่รู้ว่าเจ้าโง่จริงหรือว่าเจ้าแกล้งโง่?”
  
ข้าไม่ตอบ    คุณชายรองเอนพิงเตียงแล้วพูดเสียงเบาว่า    ปีที่แล้ว  ข้าเดินทางไปเจียงซู   ข้าเผชิญกับพายุฝนตกหนัก  ขบวนพ่อค้าติดอยู่ในหุบเขาไม่สามารถออกมาได้     ข้าไม่รู้ว่าอยู่ๆคุณชายรองเอ่ยเรื่องนี้ออกมาทำไมแต่ข้าก็นิ่งฟัง

คุณชายรองตบไปที่ขาของเขาและมองข้า   เขาพูดว่า    ตอนนั้น   ขาไม้ไผ่ของข้ามันหลุดหายไป   ข้าต้องเดินโดยไม่มีเครื่องมือ   ตกดึกเมื่อพวกเราหลบอยู่ในถ้ำ   มันหนาวมากเสียจนแทบคร่าชีวิตพวกเรา   ในกลุ่มต่างกังวลว่าพวกเราจะตายไปทั้งสภาพอย่างนี้ดังนั้นพวกเราจึงแลกเปลี่ยนคำบอกลาคำสั่งเสียให้ไว้แก่กัน    ตอนนั้นคนที่อยู่ข้างข้าถามข้าว่า   สภาพเจ้าก็เป็นเช่นนี้แล้ว   ทำไมเจ้ายังต้องออกมาเผชิญโชคด้วย   ข้าบอกเขาว่าข้าออกมาเพื่อหาเงิน   คนผู้นั้นหัวเราะและพูดว่า  จริงของเจ้า  หากไม่ใช่เพื่อเงินจะมีใครยอมทนลำบากออกมาไกลขนาดนี้   ข้าเลยบอกเขาว่าข้าออกมาหาเงินแต่ไม่ใช่เพื่อเงิน   เขาถามข้าว่าข้าหมายความว่าอย่างไร"


ยามเมื่อคุณชายรองเล่าถึงความหลัง   เขาลูบที่ขาของเขาเบา   เสียงของเขานิ่งสงบ    "ข้าบอกเขาว่า  นับแต่ข้าเสียขาข้าไป   ข้ารู้สึกหมดอาลัยตายอยาก   ไม่มีความหมายและไม่อยากมีชีวิตต่อไป   แต่วันหนึ่ง  ข้าก็ได้ตระหนักว่ายังมีคนผู้หนึ่งยอมเสี่ยงชีวิตของนางเพื่อคนพิการเช่นข้า   แต่คนผู้นั้นช่างโง่เขลานัก   ข้าเกรงว่าหากข้าตายจากนางไปแล้ว   นางจะเป็นเช่นไร"
  
"ได้รับความเอาใจใส่จากบุคคลไร้สามารถ   ก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับนาง  ดังนั้นข้าเลยบอกกับตัวเองว่า   ข้าจะต้องลุกขึ้น   เป็นชายเหนือชาย   ถึงแม้ว่าข้าจะเหลือเพียงครึ่งร่าง   ข้าจะดูแลยกย่องดึงฐานะของนางให้ขึ้นมาจงได้"
  
"ข้าพร้อมเผชิญหน้าความยากลำบาก  ข้านอนนอกหลังคาแหงนมองดวงจันทร์ดวงดารา  กินกลางดิน  อาบสายลมเย็นยะเยือกและกล้ำกลืนเม็ดทราย   แต่ตราบใดที่ข้าคิดว่านางมีชีวิตที่ดีอยู่ที่เมืองหางโจว   หัวใจของข้าก็เป็นสุขและสามารถดำเนินการค้าต่อไปได้"
  
ข้าไม่รู้เมื่อไรกันที่ดวงตาของคุณชายรองเปลี่ยนเป็นแดงกล่ำจนข้าไม่อาจทนมองต่อไปได้ 

ลิงน้อย....” 

เขาดึงมือข้าไปจับ   โน้มตัวลงมาที่ใบหน้าก้มงุดของข้า    เจ้ารู้ไหมว่า ข้าเสียใจอะไรที่สุดในชีวิต
  
ข้าสั่นหัวรัวๆ   ข้าไม่รู้   ข้าไม่รู้อะไรเลย   คุณชายรองตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา    เรื่องที่ข้ามิอาจจำเจ้าได้
  
คุณชายรองดึงมือของข้าไปกุมไว้ที่อก    น้ำตาร้อนผ่าวของเขาไหลมาต้องข้อมือข้าและข้ารู้สึกว่าใจของข้าถูกกดทับจนแทบจะทนไม่ไหว    “นาย-ท่าน-เสีย-ใจ-ที่-สุด-ที่-จำ-เจ้า-ไม่-ได้

เขาจับมือข้าให้ทุบลงไปบนอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า   “เจ้าอยู่ในเรือนส่วนตัวข้าตั้งสองปีแต่ข้ายังจำเจ้าไม่ได้    ข้าจำได้กระทั่งภูเขาจำลองสระน้ำใหญ่น้อยที่ข้ามีในสวนได้แต่ข้าจำเจ้าไม่ได้    บุคคลเพียงผู้เดียวที่ไม่ทอดทิ้งข้าแต่ข้ากลับจำนางไม่ได้    บอกข้าซิ   บอกข้าทีว่าเจ้าโกหกข้า    เจ้ามิได้อยู่ในเรือนส่วนตัวของข้าจริงๆใช่หรือไม่?”
  
อยู่ๆข้าก็รู้สึกอึดอัดโมโหขึ้นมาจนข้าอยากจะตาย    ข้าระเบิดร่ำไห้ออกมา   ข้าไม่ได้โกหกท่าน   ขะ....ข้าอยู่จริงๆ    ข้าอยู่จริงๆ 


คุณชายรองรวบกอดข้าไว้แล้วเอ่ยปลอบเสียงทุ้มว่า    เจ้าไม่ได้โกหกข้า  ข้ารู้  เจ้าไม่ได้โกหกข้า   ข้าสมควรได้รับโทษแล้ว   แต่ก่อนข้ามีเจ้าข้ากลับไม่สังเกตเห็นเจ้า   ตอนนี้ข้าตระหนักถึงความสำคัญของเจ้าแต่เจ้าจะจากไป   ลิงน้อย...เจ้าอยากให้นายท่านยังมีชีวิตต่อไปหรือไม่"

ข้ายังสะอึกสะอื้น

กลิ่นกายของคุณชายรองหอมเหลือเกิน    สะอาดและอบอุ่น    ข้าร้องไห้นานเป็นครึ่งค่อนวันและหมดแรงหลับไปในอ้อมกอดของเขา   พอข้าตื่นขึ้นมา  ข้าก็รู้ว่าคุณชายรองก็หลับไปเช่นกัน   เขานอนกกกอดข้าสองแขนโอบรัดร่างข้าไว้
  
พอข้าขยับตัว   อ้อมแขนคุณชายรองก็กระชับแน่นขึ้น   ดวงตาเขาก็ลืมขึ้นมา  ข้าเป็นเพียงลิงสาวด้อยประสบการณ์    นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดชายหนุ่ม   ข้าพยายามดิ้นรนและผลักไสด้วยความขวยเขิน   อ้อมแขนของคุณชายรองราวกับปลอกเหล็กแข็งแรงที่ข้าไม่อาจดิ้นหลุด   ข้าบอกคุณชายรองให้ปล่อยข้า


คุณชายรองมองข้า   สีหน้าเรียบเฉยขณะพูด   หากข้าปล่อยเจ้าแล้วเจ้าหนีไป   มิใช่ว่าข้าต้องคลานไปตามเจ้ากลับมาหรอกหรือ?”
  
ข้าหยุดดิ้นรน   อย่างไรอ้อมแขนของคุณชายรองก็แสนจะกว้างใหญ่และอบอุ่น
  
หลังจากนอนนิ่งๆในอ้อมกอดเขาสักครู่    ข้าก็พูดด้วยเสียงเล็กๆว่า    ข้าไม่อยากเป็นสาวใช้อุ่นเตียง
  
คุณชายรองหัวเราะเสียงนุ่มกดประทับริมฝีปากบนขมับของข้า   ทำไมเล่า

ข้าเอ่ยออกไปว่า     ก็หากว่าเป็นสาวใช้ก็จะถูกเตะ.....”    นั่นเป็นสิ่งที่ข้าได้รู้มาจากครั้งสุดท้าย
  
คุณชายรองดูไม่เข้าใจคำพูดของข้า   เขาครุ่นคิดชั่วครู่แล้วถามข้าว่า    “เจ้าจะบอกข้าว่าข้าเคยทุบตีเจ้า” 
  
พอเขาพูดจบ   เขาก็รีบพูดเสริมว่า    “แต่ไหนแต่ไรมา   ข้าไม่เคยตบตีอนุสาวใช้มาก่อน
  
ข้าผงกหัว    เคยซิ  คุณชายรองเคยตีข้า
  
อ้อมแขนของคุณชายรองชะงักค้าง    เจ้าว่าอะไรน่ะ
  
ข้ายกศีรษะข้าจ้องมองเขาและเล่าให้เขาฟังว่าเขาใช้ลิงอย่างข้าเป็นกระสอบทรายอย่างไร    สีหน้าของคุณชายรองยิ่งมายิ่งดำคล้ำ   เขากัดฟันกรอดพูดว่า     เป็นไปไม่ได้   เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะทุบตีเจ้า

ข้ารู้สึกเหมือนว่าเขาไม่เชื่อถือข้า    ดังนั้นข้าจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ลงรายละเอียดที่ผ่านมาอีกครั้ง    เขาเตะข้าอย่างไง   เขาผลักข้าอย่างไง หรือแม้แต่ตบข้า    สีหน้าคุณชายรองดำคล้ำลงทุกทีที่ระยะเวลาผ่านไป    ร่างของเขาสั่นสะท้านขณะเขากระเสือกกระสนกายลุกขึ้นนั่ง 
  
ข้าเห็นความหวาดกลัวในแววตาของเขา     เจ้า....เจ้าถึงได้เกลียดชังข้าใช่หรือไม่?   เพราะว่าข้าเคยตบตีเจ้า   ตอนนี้เจ้าก็เลยเกลียดข้า.....    ครั้งนี้เป็นครั้งแรกข้าเห็นคุณชายรองโวยวายออกมา    เขาหมุนตัวไปรอบๆ    ข้าจึงคิดว่าเขากำลังควานหาไม้ค้ำยันของเขา   แต่แล้วอยู่ๆเพียงวูบเดียวเขาก็ล้มลงกับพื้น
  
ข้ารีบร้อนตะโกนว่า    "คุณชายรอง...."    แต่เขาล้มฟาดลงบนพื้นแล้ว    ข้าถลาลงจากเตียงและเห็นว่าขาของเขาได้รับบาดเจ็บจากการหกล้ม    ข้าอยากจะออกไปข้างนอกนำยาเข้ามาแต่คุณชายรองดึงมือข้าไว้    "ลิงน้อย .... อย่าได้ไป   อย่าได้จากข้าไป"

คุณชายรองคืบมาตามพื้น   ไม่สนใจห่วงใยภาพพจน์ว่าเขาดูเป็นอย่างไร  เขายึดจับมือข้าไว้แน่น     "เจ้า...เจ้าตีข้าคืนก็ได้   ตีข้า   ตีข้าซิ"
  
ข้าเพิ่งเข้าใจว่าเขากำลังกล่าวอะไร    ข้าคุกเข่าลงและพยุงไหล่คุณชายรองพาเขากลับไปที่เตียง    ข้าบอกเขาว่า    "คุณชายรอง  เรื่องเก่าๆก็ให้มันแล้วไปเถอะ   ท่านควรจะลืมเลือนมันไปซะ"
  
คุณชายรองก้มหน้า   สีหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง    สมองของนางลิงโง่อย่างข้าอยู่ๆก็ได้ความคิดอะไรบางอย่าง    ข้ารู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมจึงรีบเอ่ยต่อรองขึ้นว่า     "คุณชายรอง  ข้าไม่อยาก...ไม่อยากเป็นสาวใช้อุ่นเตียงเจ้าค่ะ"

ใบหน้าของคุณชายรองยังก้มต่ำ    เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า     "ถ้างั้น หากเป็นตำแหน่งฮูหยินคอยอุ่นเตียงข้าล่ะ"

ข้านิ่งอึ้ง   ตำแหน่งฮูหยินเพื่อการอุ่นเตียงของคุณชายรอง    ข้าค่อยๆถามให้ละเอียดถี่ถ้วนด้วยความรอบคอบว่า    "ตำแหน่งนี้มีได้กี่อัตราเจ้าค่ะ"

หน้าคุณชายรองเงยขึ้นทันควันและชำเลืองตาดุมาที่ข้า    "คฤหาสน์ตระกูลหยางแต่เดิมมีฮูหยินกี่คน"

ข้าใคร่ครวญแล้วตอบไปว่า    "เพียงแค่ฮูหยินคนเดียว   คนเดียวเท่านั้น"   ข้าตอบเขาไปแบบงงๆ   กว่าจะรับรู้ว่าคุณชายรองได้ให้คำตอบข้ากลับมาแล้ว

คุณชายรองเห็นประกายตาวาววับของลิงสาวอย่างข้า    รับรู้ได้ว่าข้าได้เข้าใจความนัยของเขาแล้ว   เขาถึงกับปล่อยลมหายใจที่เก็บกักไว้พร้อมกับหันศีรษะไปทางอื่น    ข้ามองดูเขาพูดขึ้นว่า    "คุณชายรอง หน้าของท่านแดง"

คุณชายรองหันกลับมาแล้วมอบรอยยิ้มเย็นชาให้ข้า    ข้ารับรู้จากประสบการณ์ได้เลยว่าสีหน้าลิงดีใจออกหน้าออกตาเมื่อครู่ได้ชักนำปัญหามาสู่ตัวลิงน้อยเช่นข้าแล้ว
  
ไม่พูดพล่ามทำเพลง   คุณชายรองผลักข้าลงนอนหงาย    แล้วข้าก็นอนตัวแข็งทื่อเหมือนลาโง่    ดวงตาคมเข้มของเขาเปล่งประกายแปลกๆชวนไหวหวั่น   คุณชายรองโน้มกายลงทาบทับร่างของข้าไว้     ข้าพยายามเบนความสนใจเขาว่า     คุณชายรอง....กะ....กลิ่น.... กลิ่นหอมจากตัวท่าน.......ทำไมถึงได้ชวนสูดดมเช่นนี้
  
คุณชายรองมองข้านิ่งแล้วกล่าวเสียงกระเส่า      กลิ่นกายของบุรุษ     จากนั้นข้าไม่มีโอกาสเอ่ยอะไรออกมาอีกสักกะคำ

วันนั้นข้าก็ได้เรียนรู้แบบตัวต่อตัวถึงประสบการณ์ระทึก   สุขซาบซ่านล่องลอยตัวเบาหวิวราวกับขึ้นสวรรค์    มันก็สมกับคำพูดยาวเหยียดทุกคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งนั้น    พวกสาวใช้อนุของคุณชายรองก็มิได้พูดเกินจริงออกจะไม่ครบถ้วนเสียด้วยซ้ำ     ข้ายังนึกเสียดายย้อนหลังที่ไม่ได้แอบฟังจนจบกระบวนความ    เรี่ยวแรงของคุณชายรองช่างมากมายมหาศาลราวกับตัวเขาได้เก็บกักพลังงานไว้เคี่ยวกรำข้าจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนโดยเฉพาะ    การเคลื่อนไหวของเขาก็ช่างหนักแน่น    เขาเฝ้าวนเวียนอยู่กับเนื้อตัวของข้าอย่างไม่รู้จักอิ่มหนำ   ตามเนื้อตัวของข้ามีแต่รอยจ้ำแดงทั่วร่างกาย     โดยเฉพาะส่วน...เอ่อ....ส่วน...เอาเป็นว่า ส่วนที่เรารู้ๆกันอยู่ก็แล้วกัน     แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือตอนนี้ ข้ามิได้เป็นลิงสาวพรมจารีย์อีกต่อไปแล้ว  
  
ข้าจ้องมองคุณชายรองที่หลับสนิทอยู่ข้างกายข้า    เขาเฝ้าแต่ถามข้าว่า ข้าพบเห็นเขาครั้งแรกเมื่อไรแต่ข้าตอบไปว่าข้าจำไม่ได้.........
  
อันที่จริงแล้วข้าโกหก    ข้าจะลืมวันนั้นได้อย่างไรกัน    เขาสวมใส่อาภรณ์สีขาวกระจ่าง    นั่งอยู่ตรงกลางห้องโถง     มือนุ่มแข็งแรงนิ้วเรียวยาวของเขากำลังบรรจงยกถ้วยน้ำชาขึ้นแล้วพูดกับข้าว่า    "เงยหน้าขึ้น "     ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขาที่ในครั้งแรกขมวดคิ้วมุ่นจากนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงขำขันว่า   "หน้าเจ้าเหมือนลิงจริงๆ"
  
ตอนนั้น,  สาวใช้รอบข้างต่างก็ประสานเสียงหัวเราะแต่หูข้ากลับไม่ได้ยิน   ข้าได้แต่จ้องเขาเป๋ง   มองมิอาจละสายตา   จับจ้องราวกับว่าเขาเป็นเทพสถิตอยู่ผู้เดียวในดวงใจ   แต่ก่อน,  ข้าเคยคิดว่าระดับคุณชายรองช่างสูงส่งเกินเอื้อมมือไขว่คว้า    ตลอดชีวิตนี้ของข้า    แม้แต่ปลายเล็บของเขาก็อย่าได้คิดแตะต้อง   แต่หลังจากนั้น,  เมื่อคุณชายรองได้รับบาดเจ็บ   ข้าสามารถรั้งอยู่ดูแลเขา   ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยลำบากยากเย็นเพียงใด   แต่อย่างน้อยตัวเขาก็ได้โน้มกิ่งลงมาให้ข้าได้ใกล้ชิดได้
  
แต่ใครจะคาดเดาได้ล่ะว่าคุณชายรองจะเข้มแข็งขนาดนี้    เมื่อเขาหวนกลับมายืนอยู่ที่เดิมในสังคม   ข้าก็ได้แต่คิดว่าเขาจะกลับไปตรงนั้นเลย แต่เขากลับจูงมือข้าเดินร่วมทางเคียงข้างเขาไปด้วย!!!!!

ต่อมา.....ตัวคุณชายรองก็มักจะชอบถามให้ข้าเล่าเรื่องความหลังของเรา    หากข้าไม่เล่าเขาก็มักจะงอนข้า    แต่พอข้าเล่าจบ...เขาก็จะก้มหน้าหลบเข้ามุมเสียอกเสียใจในเรื่องที่ผ่านมา    ตอนแรกข้ารู้สึกสงสารทนเห็นเขาเสียใจไม่ได้   แต่ๆๆๆๆ   หลังๆข้ากลับพบว่าดูๆไปแล้วก็น่ารัก... ตลกเช่นกัน!!!

แต่ข้าจะกล้าเล่าเฉพาะเรื่องยามที่เขาอารมณ์เสียที่ข้าต้องเผชิญ  แต่เรื่องราวอื่นๆ เช่น   เรื่องที่ข้าแอบลอบมองเขาผ่านไปอย่างเงียบๆ    หรืออากัปกิริยาอาการเล็กๆน้อยๆของเขาที่ข้าเฝ้ามองมิรู้เบื่อนั้น    ข้าไม่กล้าเล่าหรอก    สิ่งละอันพันละน้อยที่ข้าเฝ้ามองและเลือกถนอมเก็บผนึกไว้ในความทรงจำเท่านั้น
  
เพราะว่า,  ข้ากลัวว่า...หากข้าเผยเรื่องนี้ออกไป    ความรู้สึกในใจข้ามันจะไม่เป็นความลับน่ะซี้!!!!


......................................

จบบริบูรณ์




   

25 ความคิดเห็น:

  1. สนุกมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  2. สนุกค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  3. น่ารัก และสนุกมากๆ ค่ะ

    ตอบลบ
  4. น่ารักมากค่ะ นางบ้างทีก็น่าตีสักทีสองที

    ตอบลบ
  5. ร้องไห้หนักมากกกกก TAT ซึ้งโคตรๆเลยค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมากๆๆๆๆ ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ

    ตอบลบ
  6. จบได้ดีงามมาก ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  7. ขอบคุณค่ะ ซึ้งมากเลย น้ำตาไหลเลยย...นางคนดีจริงๆ

    ตอบลบ
  8. ขอบคุณค่ะ ซึ้งมากเลย น้ำตาไหลเลยย...นางคนดีจริงๆ

    ตอบลบ
  9. สนุกมากค่ะ ขอบคุณไรท์มานะค่ะ

    ตอบลบ
  10. น่ารัก เป็น้รืีองที่ดีจริงๆ

    ตอบลบ
  11. เป็นเรื่องที่ติดอยูในใจ คืออ่านมาหลายเรื่องแต่เรื่องนี้แบบ ใช่อะ! แอบมีน้ำตานิดๆ? แต่ก็ละมุน

    ตอบลบ
  12. เป็นเรื่องที่ติดอยูในใจ คืออ่านมาหลายเรื่องแต่เรื่องนี้แบบ ใช่อะ! แอบมีน้ำตานิดๆ? แต่ก็ละมุน

    ตอบลบ
  13. เรื่องนี้น่ารักแบบจริงจัง

    ตอบลบ
  14. เรื่องนี้นึกว่าจะดราม่าซะแล้ว เนื้อเรื่องดีมากๆเลย เป็นกำลังใจให้คนไม่ท้อจิงๆ

    ตอบลบ
  15. อ่านเรื่องนี้มาหลายรอบเลยค่ะ ชอบมาก ตอนที่เรื่องนี้ถูกปิด ยังนึกเสียดายอยู่เลย พอนำมาเปิดให้ดูอ่านใหม่ ก็ยังตามมาอ่านอีก เชียนไดเดีจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
  16. เรื่องนี้พึ่งเข้ามาอ่าน เนื้อเรื่องดีมากเลยค่ะ บรรยายดี กินใจ ซึ้ง เศร้า มาหมดเลย อ่านจบแล้วก็ยังกลับมาอ่านอีก คือหยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ เป็นเรื่องสั้นที่ดีมากจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
  17. ชอบค่ะ ครบทุกรสแถมกระชับไม่สั้น-ยาวจนเกินไป ทุกอย่างลงตัวพอดี..ชอบบบบ

    ตอบลบ
  18. ชอบมาก แม้จะเป็นเนื้อเรื่องสั้น ๆ แต่กินใจเหลือเกิน ขอบคุณนะคะ ^_^

    ตอบลบ
  19. สนุกมากค่ะ ขอบคุณนะคะ

    ตอบลบ
  20. นี้เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เรากลัยมาอ่านอีก เราชอบมากๆๆ แต่ลองนับดูแหละนี้รอบที่10ล่ะ

    ตอบลบ