บทที่ 6 คุณชายรองโขกศีรษะ 3 ครั้ง!


บทที่ 6 คุณชายรองโขกศีรษะ 3 ครั้ง!

เหตุการณ์ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเกินจินตนาการของข้า 

ผู้คนมากมายเข้ามายิ้มแย้มยกย่องข้า    มีกระทั่งสาวใช้ตักอาหารมาเพิ่มให้ข้า    ข้าอยากจะตะโกนบอกพวกเขาว่า....ข้าก็เป็นแค่สาวใช้เหมือนกับพวกเขา    มิต้องเติมอาหารให้ข้าก็ได้แต่ข้าก็ไม่กล้าพูด เหตุการณ์เช่นนี้ทำเอาข้าไม่กล้าตักอาหารกินและพลอยพูดน้อยลงด้วย คุณชายรองนั่งเคียงข้างข้าตั้งแต่ต้นจนจบในขณะที่ผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามายกยอเขา  
  
ถึงแม้ว่าใบหน้าของคุณชายรองจะแย้มยิ้มแต่ความขี้เล่นแพรวพราวดั่งเดิมกลับไม่มีให้เห็นคงไว้แต่ความสุขุมของชายหนุ่มมากประสบการณ์     ทุกๆคนต่างแสดงความนอบน้อมแด่เขา   แต่เขามิได้แสดงท่าเย่อหยิ่งอย่างใด    พวกเขาพูดคุยอะไรกันข้าล้วนไม่เข้าใจ 
  
ต่อมาเมื่อมีการคารวะเวียนผ่านไปสามรอบ    คนผู้หนึ่งได้เดินจากโต๊ะตัวอื่นมาหยุดด้านหน้าคุณชายรองและอยู่ๆก็คุกเข่าดังโครมตรงหน้า     ข้ามองไปที่เขาและจดจำเขาได้ทันที     อั้ยย่ะ!!!!  ไอ้เจ้านี่คือหัวโจกที่รุมคุณชายรองและซ้อมข้านี่นา....


เขาคุกเข่ากับพื้นจริงแต่มิได้โค้งตัวลง    เขาดูเหมือนกับดื่มกินจนเมามายมาแล้วเล็กน้อย   ใบหน้าของเขาแดงก่ำ   เขามองที่ใบหน้าคุณชายรองแล้วหายใจฟืดฟาดพร้อมกับกล่าวว่า     "คุณชายหยาง    ข้าไม่รู้ทำไมท่านถึงได้ส่งเทียบเชิญให้ข้ามาในวันนี้    แต่ข้ามีอะไรจะกล่าวกับท่าน"    เจ้าบ้านี่ไม่ได้แค่พูดแล้วแต่เจ้าบ้านี่เล่นตะโกนเลยแหล่ะ!

คุณชายรองจ้องหน้าเขาเงียบๆ     “เชิญท่านพูด....
  
เจ้านั่นคงรู้สึกอัดอั้นจมูกเขาบานพะเยิบเข้าพะเยิบออก    เขากล่าวเสียงดังว่า    “ยามเมื่อคุณชายรองตกต่ำ    ไม่เพียงตระกูลหวางของข้ากระทำการตัดรอนเยี่ยง   มิส่งฟืนในหน้าหนาวแล้ว    ข้า....หวางซี ยังเคยทำการเหมือน ขว้างหินกลบบ่อน้ำด้วย    ตอนนี้คุณชายรองกลับมามีหน้ามีตาอีกครั้งกุมเส้นทางการค้าของแคว้นเจียงหนานถึงกึ่งหนึ่ง    มันก็สมควรแล้วที่ท่านจะไม่เหลียวแลตระกูลหวางของข้า   แต่......"
  
หวางซีคงดื่มเข้าไปไม่น้อย    ทุกคนบนเรือมองดูเขาส่งสายตาเครียดแค้นไปที่คุณชายรอง     "แต่ข้าไม่เสียใจสักนิด!"

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ     " ข้าไม่เสียใจ    ปีนั้นที่ศาลาหอมหมื่นลี้เจ้าตัดผมของฮูหยินข้า   ฮูหยินข้ามิอาจออกจากบ้านนานถึงครึ่งปี   นางไม่มีความสุขและมิได้ยิ้มเลยตลอดเวลานั้น    เจ้า...เจ้าอาจจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ"     ข้านั่งเงียบไร้คำพูดขณะข้าชำเลืองมองไปที่คุณชายรอง สีหน้าของคุณชายรองยังคงไร้อารมณ์
  
ที่สุดหวางซีก็ตะโกนออกมา     "ดังนั้นข้ามิเคยเสียใจเลย   หยางอี้ฉีตระกูลหวางของข้าถึงไม่ได้เจ้าช่วยก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้!"
  
ที่สุดคุณชายรองก็เปิดปาก     "ถ้างั้น.....ทำไมท่านถึงคุกเข่าให้ข้า"

ทุกคนเงียบแม้แต่ตัวหวางซีเอง     "ถ้าท่านไม่อยากได้ความช่วยเหลือ ไฉนเลยท่านถึงคุกเข่า" 
  
หวางซีก้มหน้าแล้วร้องไห้    ทุกคนจ้องมอง    คุณชายรองผลักเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืน    เขาไม่ได้ถือไม้ค้ำยันของเขา    ฝ่ามือของเขายังจับโต๊ะข้างหนึ่งแต่อีกข้างวางบนไหล่ของหวางซี     "ลุกขึ้นเถิด..."  


หวางซีไม่ขยับเขยื้อน   คุณชายรองออกแรงเพิ่มขึ้นอีก     "คุณชายหวาง...ท่านลุกขึ้นเถิด"
หวางซีเงยหน้าขึ้นมองคุณชายรองแล้วก็ลุกขึ้นในที่สุด    หลังจากที่เขายืนขึ้น   คุณชายรองก็กลายเป็นคนตัวเตี้ยที่สุดในเรือ   ชายคนหนึ่งกรากเข้ามาหมายประคองคุณชายรองให้นั่งที่เก้าอี้แต่เขาส่ายศีรษะ 


เขารินเหล้าจอกหนึ่งแล้วหมุนตัวมองไปรอบๆ    เขากล่าวกับทุกคนด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า     "ทุกๆท่านที่ข้าได้ออกเทียบเชิญไปในวันนี้   บางท่านรู้จักข้ามาก่อน   บางท่านก็ไม่   บางท่านก็มีหนี้บุญคุณต่อกัน   แต่บางท่านก็มีหนี้แค้นต้องชำระต่อกัน    เหล้าจอกนี้ข้าขอดื่มทดแทนให้กับบุญคุณที่ข้าได้ติดค้างพวกท่านไว้" 


พอเขาดื่มเหล้าหมดจอก   เขาก็ขว้างจอกทิ้งไป   จากนั้นก็ขยับมาข้างหน้าหนึ่งก้าวและผงกศีรษะกล่าวต่อไปว่า    " ศีรษะนี้ข้าขอโขกคำนับต่อหนี้แค้นเหล่านั้น "    พอเขากล่าวจบก่อนที่ทุกคนจะทัดทาน คุณชายรองโขกศีรษะของเขากับพื้นไม้ของเรือดังสนั่น  โป้ก     เขากับขาข้างหนึ่งที่เหลือเพียงครึ่ง   คิดจะโขกศีรษะมิใช่เรื่องง่ายเลย!!!!!


ทุกคนตกตะลึงรวมทั้งข้าด้วย    ใครจะกล้ารับศีรษะของคุณชายรองกันเล่า ไม่ต้องกล่าวถึงข้าที่มีตำแหน่งแค่สาวใช้    ทุกคนบนเรือต่างก็มีเรื่องต้องขอร้องไหว้วานคุณชายรองทั้งนั้น   พวกเขาต่างต้องมิกล้ารับมีแต่จะรีบหลบเบี่ยงออก   แต่เมื่อไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะกลับกลายเป็นเช่นนี้ต่างก็เลยมิกล้าปริปาก 

คุณชายรองลุกขึ้นยืน   สีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อยเมื่อเขารินเหล้าอีกจอก    เขาประกาศก้องว่า    "ข้า-หยาง-อี้-ฉี    ยึดมั่นเพียงสามคำในการทำการค้า   ความกล้าหาญ   สมอง   และความเชื่อใจ"
  
เสียงคุณชายรองลึกทุ้มทรงพลัง   สายตาเปล่งประกายหาญกล้า    "สิ่งที่ข้าเคยกระทำผิดพลาดไปในอดีต   นับว่าเบื้องบนสวรรค์ได้ลงโทษข้าแล้ว   ถ้าทุกคนให้โอกาสข้าเชื่อใจข้าอีกครั้ง   นับแต่นี้ไป   เราจะร่วมกันเติบโตก้าวหน้าและเสพสุขร่วมกัน   ข้าหยางอี้ฉีจะปฎิบัติกับพวกท่านอย่างไม่มีอะไรให้ตำหนิกังขา"  

คุณชายรองอย่างไรก็คือคุณชายรอง   วาจาชักชวนเกลี้ยกล่อมอันชาญฉลาด    เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคทำเอาคนบางคนถึงกับสะอื้นด้วยความซาบซึ้ง!!!
  
"สำหรับท่าน..."     คุณชายรองหันมาที่หวางซี    เขาชี้นิ้งโป้งที่สวมแหวนหยกเขียวมาทางข้าแล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า    "ท่านจำนางได้หรือไม่??"
  
หวางซีมองข้าแล้วพยักหน้า 
  
คุณชายรองพูดต่อว่า    "โขกศีรษะขอโทษนาง 3 ครั้งและขอให้นางยกโทษให้เจ้า   จากนั้นพวกเราก็ลืมเรื่องราวในวันนั้นซะ..."
  
หวางซีเดินมาเบื้องหน้าข้าและทิ้งตัวลงคุกเข่า    เขาโขกศีรษะให้ข้าสามครั้ง   ข้ามองไปที่คุณชายรองอย่างกระวนกระวายแต่เขาไม่แสดงสีหน้าอะไรทั้งสิ้น

ข้าตะกุกตะกัก     "พอ..พอแล้ว"
  
หวางซีลุกขึ้นและคุณชายรองก็พยักหน้าให้เขา

ระหว่างเตรียมตัวกลับบ้าน    คุณชายรองเรียกให้ข้าขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วพูดว่า    "เหน็ดเหนื่อยเจ้าแล้ว..."
  
ข้าแปลกใจต่อคำพูดเอื้ออาทรของคุณชายรอง     "ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่มีคนละดับคุณชง  คุณชายอะไรมาคุกเข่าโขกศรีษะให้ข้า    แต่ข้าก็รู้สึกเฉยๆไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรนักหรอก"  
  
คุณชายรองหัวเราะลั่นแล้วบอกกับข้าว่า    "กระเถิบเข้ามานั่งใกล้ๆข้าอีกหน่อย"  
  
ข้าขยับเข้าชิดเขา    ก้มหน้ามิอาจหาญกล้ามองเขา    ศีรษะของข้าก้มนิ่ง

คุณชายรองพูดว่า    "เจ้ามักชอบก้มหน้าหลบตาข้า    เจ้ากำลังมองอะไรกันแน่???"
  
ข้ารีบแก้ตัวว่า    "ข้ากำลังมองแหวน"

คุณชายรองถอดแหวนออกจากนิ้งโป้งของเขาวางบนฝ่ามือของข้า    "เจ้าชอบมันหรือ   งั้น.....ข้าให้เจ้า"

ข้าจะกล้ารับแหวนได้อย่างไร     ข้าส่ายหน้า    "บ่าว...บ่าวแค่ชอบดูเท่านั้น" 

คุณชายรองจับมือของข้าและวางแหวนไว้      สีของมันเขียวเข้มและอาบไอร้อนจากร่างกายของคุณชายรอง
  
ข้าประคองแหวนไว้ในมือไม่กล้าพูดสิ่งใด........................ 

การกลับมาครั้งนี้ของคุณชายรองกลับมาพักชั่วระยะหนึ่ง    คุณชายรองซื้อคฤหาสน์ใหญ่กว่าเดิมขนาดเทียบเท่ากับคฤหาสน์หยางในอดีต  
  
ส่วนนายหญิงและบรรดาหญิงในสกุลก็ถูกรับตัวกลับมา     คฤหาสน์ก็คึกคักด้วยผู้คนอีกครั้ง    คุณชายรองที่แต่เดิมมิได้เป็นบุตรชายคนสำคัญของสกุลหยางก็ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสกุล    นอกจากนายหญิงหยาง ทุกคนต่างเรียกขานเขาว่า นายท่าน    เมื่อมีคนมากขึ้น  พ่อบ้านก็รับสมัครสาวใช้เพิ่มขึ้นข้าเพียงแค่ชำเลืองมองไปที่พวกนางที่ถูกส่งมายังเรือนส่วนตัวของคุณชายรอง    วันนั้นข้านั่งนิ่งที่สวนทั้งวันและนิ่งชมดวงจันทร์อย่างเหม่อลอย
  
ข้าเริ่มคำนวณเงินเก็บส่วนตัวของข้าที่สะสมไว้    นับมาครึ่งค่อนวันตัวเลขที่คำนวณได้นับว่าน่าพอใจ    ดูเหมือนว่าหลายปีที่ผ่านมาข้ากลายเป็นสตรีมีฐานะผู้หนึ่ง ไม่ใช่สิ   ต้องเป็นลิงมีอัฐถึงจะถูก!!!
  
ชั่วระยะเวลาสอง-สามวัน,  ข้าได้ทำการแลกทรัพย์สินเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงิน    ข้านำเครื่องประดับที่คุณชายรองมอบให้ข้าก่อนหน้านี้ไปจำนำและแลกเป็นเงินย่อยๆ    มีเพียงแหวนหยกวงนั้นวงเดียวที่ความสวยงามของมันทำให้ข้าตัดใจจำนำมันไม่ลงและยังคงเก็บมันติดตัวไว้ 

ใบสัญญาขายตัวของข้ายังคงอยู่ที่นายหญิงหยางดังนั้นข้าจึงไปขอพบนางเพื่อเอ่ยถึงความต้องการของข้า    ข้ามอบเงินไถ่ถอนตนเองแก่นางเพื่อให้นางมอบอิสระให้แก่ข้า    นายหญิงหยางจ้องมองมาที่ข้าแล้วกล่าวด้วยเสียงเบาว่า    ไม่มีสัญญาขายตัวของเจ้ามาตั้งนานแล้วนับตั้งแต่เกิดเหตุคราวก่อน ทุกอย่างก็ถูกทำลายหมดสิ้นไปแล้ว
  
ข้าอึ้งแล้วกล่าวว่า    บ่าวผู้ต่ำต้อยจะขอลาจากไป  นายหญิงหยางโปรดรักษาตัวด้วย

นายหญิงหยางมิได้กล่าวว่าอะไร    นางนั่งตรงศาลาก้มหน้าและซับน้ำตา   เห็นเช่นนั้นข้าจะจากไปเฉยๆได้อย่างไร   ข้าเดินเข้าไปปลอบใจนาง     นายหญิง  ได้โปรดอย่าร้องไห้
  
นายหญิงสะอื้น    “ฉีเอ๋อที่น่าสงสาร.....”     คุณชายรอง??.... ข้ารีบถามว่า   “เกิดเรื่องอะไรกับคุณชายรอง?”
  
นายหญิงสั่นศีรษะและพูดพึมพำกับตัวนางเอง   “ฉีเอ๋อที่น่าสงสารของข้า  โธ่เอ้ย!   ฉีเอ๋อ.....”  
  
ข้าไม่รู้ว่านางร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร    ข้าได้แต่ปลอบนางว่า    “นายหญิงเจ้าค่ะ   อย่าร้องไห้เลยเจ้าคะ   คุณชายรองของเราตอนนี้ท่านเติบใหญ่กล้าแข็ง...มิมีอะไรให้ต้องเป็นห่วง  
  
นายหญิงก็ยังไม่สนใจคำพูดข้าอยู่ดี   ยังคงร้องไห้ร้องห่มอยู่อย่างนั้น    ดูแล้วข้าคงไม่สามารถปลอบใจนางได้   ข้าถอนใจและเตรียมตัวจะจากไป
  
พอข้าหมุนตัวกลับมา    ข้าพบคุณชายรองยืนพิงไม้ค้ำยันไม่ห่างออกไป    เขามองจ้องห่อผ้าในมือข้า   พ่อบ้านชรายืนกระสับกระส่ายอยู่ข้างกายเขา    ข้าเดินเข้าไปและย่อกายทำความเคารพเขา    ข้าพูดว่า    คุณชายรองเจ้าค่ะ   บ่าวมาบอกลา


คุณชายรองยิ้มให้ข้าและกล่าวว่า     ได้...

ข้าอึ้ง   ความรู้สึกข้าชาไร้ความรู้สึก    หลังจากฝ่าฟันความทุกข์ยากเคียงข้างท่านมาหลายปี,   ถึงอย่างไรข้าก็เป็นแค่เพียงสาวใช้   แต่ท่านมีเพียงคำพูดเพียงเท่านี้หรือ
  
แต่แน่นอนข้าไม่อาจแสดงความผิดหวังนี้ออกมาได้   ข้ากล่าวกับนายน้อยว่า    คุณชายรอง,  ท่านถนอมตัวด้วย
  
หลังจากข้าพูดจบ   ข้าก็เดินจากเขาออกมา   เดินออกมาไกลพอสมควร   ข้าลอบหมุนตัวกลับไปมองเห็นคุณชายรองยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น    พ่อบ้านคุกเข่าอยู่ข้างๆเขา    ข้าไม่รู้ว่าพ่อบ้านกำลังพูดว่าอะไร   แต่ข้าเห็นแผ่นหลังของคุณชายรองโค้งงอลง   ข้ารีบหันหน้ากลับ   ข้าคงตาฝาด  จะเป็นไปได้อย่างไรกัน?    ข้าจัดหาเกวียนเทียมวัวและออกเดินทางกลับบ้านเกิดของข้า
  
แต่ข้าเพิ่งจากมาแค่ 3 วัน ข้าก็ถูกพ่อบ้านตามมาทัน   เมื่อเขาเห็นข้าราวกับว่าเขาเห็นมารดาเขาอย่างไงอย่างงั้น      เขาคุกเข่าโครม   ทุกๆคนต่างหันมามองเป็นตาเดียว

เขาพูดว่า    แม่นาง  โปรดกลับไปก่อน  ข้าขอร้องท่านให้กลับไป!”

ข้าถามว่า   ท่านทำอะไรของท่าน?”

พ่อบ้านเลยนั่งลงเล่าเรื่องให้ข้าฟังจนข้าพอจะเข้าใจ    คุณชายรองอยู่ๆก็ล้มป่วย   ขามาข้ามาด้วยเกวียนเทียมวัวแต่ขากลับข้าตะบึงกลับด้วยรถม้า  ระหว่างทางกลับบ้าน   ข้าถามพ่อบ้านว่า   "ผ่านไปแค่สามวัน ทำไมเขาถึงล้มป่วยได้?”

พ่อบ้านทำหน้าทุกข์ใจ    “อ้า....ข้าก็มัวแต่ยุ่งๆ ยุ่งทั้งวัน    เขาไม่ตอบคำถามข้าตรงๆ     ข้าถามเขาอีกว่า   “ป่วยด้วยโรคอะไร?”

พ่อบ้านถอนหายใจยาวแล้วกล่าวคำพูดแฝงนัย    แม่นาง  คุณชายรองตรอมใจ
  
ข้าหยุดถาม   เมื่อเรากลับมาถึงคฤหาสน์    ทุกคนต่างจับจ้องมาที่ข้า ข้าหดคอก้มหน้าและเดินเข้ามาในเรือนส่วนตัวของคุณชายรอง    พ่อบ้านส่งข้าถึงตรงนี้แล้วจากไป
  
สวนแห่งนี้กว้างขวางแต่ไร้ซึ่งผู้คน    ข้านึกลอบบ่นด่าพ่อบ้านอยู่ในใจ ท่านเอาแต่รับสมัครสาวใช้มากหน้าหลายตาแต่ไม่มีสักคนคอยรับใช้ที่นี่    ข้าเคาะประตูห้องของคุณชายรองแล้วพูดว่า    คุณชายรองเจ้าค่ะ   ท่านอยู่ข้างในหรือไม่เจ้าคะ

ไร้สุ้มเสียง,  ข้าเริ่มกังวลว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นข้างในดังนั้นข้าจึงผลักประตูเข้าไป


ภายในคุณชายรองสวมเสื้อนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง   ดวงตาปิดสนิท   แว่บแรกที่ข้าเห็นเขา   หัวใจข้าก็รู้สึกฝาดเฝื่อน   มิใช่การเสแสร้งแต่เขาป่วยจริงๆ   ข้าเดินเข้าไปหาและพูดเสียงแผ่วเบาว่า    คุณชายรอง   ท่านเป็นอย่างไรบ้าง   บ่าวผู้ต่ำต้อยจะไปตามหมอมาให้ท่าน
  
คุณชายรองเปิดเปลือกตาช้าๆ มองมาที่ข้า   เขาพูดเสียงแหบว่า   เจ้ายังห่วงใยชีวิตข้าว่าจะเป็นหรือตายอีกเหรอ?”
  
ข้าเปิดปากอยากจะกล่าวคำแต่ก็มิสามารถ   ไร้วาจาจะเอ่ย   คุณชายรองเอื้อมมือเขามาและข้าก็กุมมือข้างนั้นไว้
  
ฝ่ามือกว้างของคุณชายรองเต็มไปด้วยตุ่มไตแข็งไปหมด   ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามือของนายท่างหยางผู้พ่อเป็นอย่างไร   ใช่เป็นเหมือนคุณชายรองตอนนี้หรือไม่    ตรากตรำฝ่าลมฝนและหิมะ    มืออีกข้างหนึ่งของเขาลูบที่ใบหน้าข้า   เปล่งวาจาแหบแห้งออกมาว่า    “ลิงน้อย เจ้าไม่จากไปได้หรือไม่?  หลังจากที่เจ้าจากไป  ข้ามิอาจฝืนทนต่อไปได้....


ในชั่วชีวิตนี้  ถ้อยคำของคุณชายรองที่กรีดหัวใจของข้ามากที่สุดคือคำพูดนี้  เปรียบกับที่เขาทำร้ายเตะต่อยข้าเมื่อก่อน   ครั้งนี้กลับสร้างความเจ็บปวดให้ข้าเหลือเกิน


.............................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น