บทที่ 5 ความสำเร็จของคุณชายรอง!


บทที่ 5 ความสำเร็จของคุณชายรอง

"เหตุการณ์ปิ่นโตข้าเจ้ากล้าเหลือ"    ครั้งนั้น,  ทำให้คุณชายรองโมโหข้าไปตลอดครึ่งค่อนเดือน 

ต่อมาเมื่อเขาเริ่มมีธุระยุ่งขึ้นเขาเลยค่อยๆลืมที่จะโกรธต่อ    ช่วงนี้ข้าไม่มีโอกาสพบหน้าคุณชายรองเลย    ทุกๆเช้าเขาจะออกจากบ้านแต่เช้ากลับเอาดึกมาก    บางวันเขากลับมานอนพักผ่อนหลังจากไม่กลับบ้าน 2-3 วัน    ผิวนวลผ่องของคุณชายรองก็ดำคล้ำขึ้นเล็กน้อยแต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี    คือคุณชายรองมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก

ถึงแม้ว่าแต่ก่อนร่างกายของคุณชายรองไม่จัดว่าอ่อนแอ    แต่เพราะอาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับทำให้สุขภาพร่างกายของเขาอ่อนแอลงเล็กน้อย     ผ่านมา2-3เดือน  ช่วงหลังไหล่ของคุณชายรองกลับหนาแน่นตึงกระชับ   ส่วนอกก็กว้างขวางผึ่งผาย   แม้แต่แขนทั้งสองของเขาก็เริ่มขึ้นลูกกล้ามใหญ่แข็งแรงกำยำมิหย่อนยานเลยสักนิด 

คราวหนึ่งคุณชายรองกลับมาดึกเขาเรียกข้าให้ออกมานั่งทานข้าวกับเขา   ข้าบอกเขาว่าข้าจะรีบตั้งโต๊ะแต่คุณชายรองกลับบอกข้าไม่ต้อง     เราจะนั่งกินด้วยกันในครัว

คุณชายรองนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กถือชามข้าวพุ้ยข้าวเข้าปาก     ข้านั่งเหม่อมองดูเขา    คุณชายรองวางตะเกียบและชามข้าวลงพูดว่า      "เจ้ามาจ้องมองข้าทำไม"



ข้ารีบก้มหน้าลง    คุณชายรองพูดต่อว่า     "เงยหน้าเจ้าขึ้น"    เสียงของเขาต่ำเบา    แต่ไม่ใช่เสียงเจือความโกรธ
  
คุณชายรองถามย้ำอีก     "เหตุใดเจ้าชอบมองข้า"

ข้ารู้สึกราวกับถูกกระตุกความในใจออกมาตีแผ่ขณะพยายามเปิดปาก      "บ่าว...บ่าวผู้ต่ำต้อยกำลัง...หมะ....มอง......ความเปลี่ยนแปลงของคุณชายรองเจ้าค่ะ"
  
"อืมมม...เป็นเช่นนั้น..."     ท่วงท่าปล่อยวางสบายๆหลังท้องอิ่มของคุณชายรองเป็นไปอย่างเชื่องช้าดูเกียจคร้าน     เขามองจ้องมาที่ข้าและถาม     "ข้าเปลี่ยนไปอย่างไร...."

ข้าตอบ      "เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน..."
  
คุณชายรองนั่งอึ้ง     มือของเขาป่ายไปที่ขาของเขาโดยไม่รู้ตัว    เขาพูดเสียงต่ำว่า     "ข้าก็เปลี่ยนไปจริงๆ ข้าไม่เหมือนแต่ก่อน....."
  
ข้าตระหนักทันทีว่าคุณชายรองกำลังเข้าใจผิด   ข้ารีบสั่นศีรษะรัวๆ     "ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าค่ะ   บ่าวมิไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น..."
  
คุณชายรองมองที่หน้าข้านิ่งไม่กล่าวอะไร     ข้าพยายามนึกหาคำมาอธิบาย     "ความเปลี่ยนแปลงที่บ่าวพูดถึงหมายถึงส่วนอื่นต่างหากที่เปลี่ยนไป...."
  
คุณชายรอง    "ส่วนไหน?????"

ข้าคิดหาคำพูดที่เหมาะสมอยู่เป็นนานสองนานก่อนจะโพล่งออกมาว่า    "คุณชายรองตัวดำขึ้น....."
  
พอพูดจบ    ข้าก็อยากตบปากตัวเองจริงจริ้ง! 

คุณชายรองอึ้งก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น     เขาลูบใบหน้าของเขาแล้วผงกศีรษะ     "ใช่ๆๆๆ  ข้าดำขึ้นจริงๆ"    เขาลูบใบหน้าเขาไปมาจนเขาลอกได้หนังตายออกมา    เขาฉีกลอกหนังตายนั้นแล้วพูดว่า    "ผิวก็หยาบมากด้วย...."

ข้ามองไปที่คางเหลี่ยมคมแข็งแรงของคุณชายรอง   สองตาเข้มคมและคิ้วดำหนาที่ประกอบขึ้นเป็นดวงตาที่คมคายงดงามคู่หนึ่ง    เขาสวมเสื้อผ้าตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อหยาบคาดด้วยเข็มขัด   เนื้อกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำนั้นหากขยับเล็กน้อยก็จะทำให้เสื้อคลุมนอกตึงกระชับรัดร่างกำยำ     ชั่ววินาทีนั้นข้ารู้สึกได้ว่า    บุรุษหนึ่งผู้ที่เมื่อช่วงปีที่แล้วกอดกระชับสาวงามซ้ายขวาเดินเล่นริมทะเลสาบตะวันตกนั้นคงจะคงอยู่แค่ภาพมายาในฝัน
  
ขณะข้าจมอยู่ในห้วงคำนึงของตน    คุณชายรองก็ถามข้าว่า   "คุณชายรองคนไหนที่เจ้าชอบมากกว่ากัน"
  
กระแสเสียงของคุณชายรองเปลี่ยน     มันช่างทุ้มห้าวลึกกว่าที่เคยเป็น ข้ารู้สึกแปลกๆ    เหมือนข้ากำลังรับใช้อยู่ต่อหน้านายท่านหยางแทนที่กำลังอยู่หน้าคุณชายรอง    ฟังคำถามคุณชายรองจบข้าตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด    "ย่อมเป็นคุณชายรองผู้นี้......"

คุณชายรองดูกังวลใจแต่เมื่อเขาได้ฟังคำตอบของข้า    ไหล่ของเขาก็คลายหายเกร็ง    เขาเอื้อมมือมาลูบหัวข้าช้าๆ     "เจ้าจงกลับไปพักผ่อนเสีย...."
ข้ากลับเข้าห้องพักผ่อน    จากนั้น....คุณชายรองไม่ได้ออกจากบ้านเหมือนทุกวัน    เพราะเข้าสู่หน้าฝนแล้ว     ตอนแรกข้าไม่ได้สังเกตแต่ข้านึกเอาเองว่าคุณชายรองอาจจะอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้าน    แต่คืนหนึ่งเมื่อข้าลุกขึ้นมาถ่ายเบาท่ามกลางเม็ดฝนเปาะแปะ   ข้าได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากห้องของคุณชายรอง

ข้าค่อยๆย่องไปที่หน้าต่างเพื่อฟังให้ถนัดขึ้น     เอ๊ะ...นั่นมันเสียงของคุณชายรองนี่นา    เสียงเหมือนกับกำลังเจ็บปวดอย่างมาก   เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ข้ากลับไปเอาร่มกางแล้วแง้มหน้าต่างมอง   ในห้องที่มืดสนิทนั้น,  คุณชายรองงอตัวกลม    มือของเขากดอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง ปากเขากัดริมฝีปากแน่น ในลำคอบังเกิดเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด    ฝนข้างนอกยังคงตกไม่หยุด    ลมชื้นๆพร้อมละอองฝนพัดแทรกเข้ามาในห้อง   อยู่ๆนายน้อยก็รู้สึกตัว   เขายกศีรษะขึ้นมอง     ท่ามกลางแสงของดวงจันทร์,  ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บทั่วทั้งใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ 
  
เมื่อเขาเห็นข้า   เขามิได้หันศีรษะเบือนสายตาไปไหน    ดวงตาเขาจับจ้องนิ่ง   จิตใจของข้าขาวโพลนเหมือนกับกระดาษ    ข้าหมุนตัวและออกวิ่ง   ข้าไม่ได้คว้าร่มติดมือมา    ข้าไม่ได้ใส่เสื้อคลุมตัวนอก   ข้าวิ่งและวิ่งไปที่ร้านยาและทุบประตูหน้าร้าน    คนขายออกมาด้วยหน้าตาโกรธอยากจะทุบคนที่มาเรียกกลางดึกแต่พอเขาเห็นสภาพข้า    เขาถึงกับก้าวถอยหลัง

ข้ารู้ดีว่าสภาพข้าคงไม่ต่างกับผีสาว!    เถ้าแก่ร้านยาตื่นขึ้นมาจากฝันหวานกลางดึกย่อมอารมณ์ไม่แจ่มใสแน่นอน    ข้าคุกเข่าโขกศีรษะตรงหน้าเขา   ข้าปักหลักคุกเข่าโขกศีรษะอย่างบ้าคลั่งมุ่งมั่นขอร้องให้เถ้าแก่ช่วยเมตตาข้า    ช่วยคุณชายรองของข้าด้วย 

หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งธูป    เขาก็เขียนใบสั่งยาให้ข้าและจัดยาสมุนไพรให้ข้าหนึ่งเทียบ    ข้ากลัวว่าสมุนไพรจะเปียกน้ำซะหมดจึงซุกมันไว้ใต้เสื้อของข้า    ข้าวิ่งเร็วจี๋ไม่คิดชีวิตกลับถึงบ้าน  

ข้าเข้าครัว   ติดไฟต้มน้ำต้มยาให้คุณชายรอง    จากนั้นข้าก็นำยาไปป้อนให้คุณชายรอง    อาการของคุณชายรองก็เริ่มดีขึ้น   เขาหลับอยู่ในอ้อมแขนข้ามิต่างกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง
  
วันถัดมา,  เมื่อคุณชายรองตื่นขึ้นแล้ว    เขาจ้องมองข้านิ่งและนานโดยไม่พูดอะไรเลย    ผ่านเหตุการณ์น่าระทึกนั่นมา   เสื้อผ้าของข้ายังเปียกชื้น    ผมเผ้าของข้ายังติดเศษโคลนขยุ้มเป็นก้อนๆอยู่ที่หน้าผาก   หัวเข่าและหน้าผากของข้ามีทั้งเลือดและดินโคลนปะปนกัน

อาจจะเป็นเพราะยังป่วยไข้อยู่    หน่วยตาของคุณชายรองจึงแดงระเรื่อ   เขาโบกมือมาที่ข้าและเรียก   "เจ้ามานี่"    ทั่วตัวของข้าแสนจะสกปรกดังนั้นข้าจึงไม่กล้าเข้าไปใกล้เขา 
  
ข้าพูดว่า    "คุณชายรองได้โปรดอนุญาตให้บ่าวได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด"      คุณชายรองมองมาที่ข้า   ริมฝีปากเม้มแน่นของเขาสั่นเล็กน้อยแต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า

ข้ารู้สึกว่าข้านับวันยิ่งมิอาจเข้าใจคุณชายได้มากขึ้นๆ     ในไม่ช้าหลังจากอาการเจ็บป่วยของคุณชายรองได้รับการรักษา   เขาก็กลับมาแข็งแรงอีกครั้งนับเป็นเวลาเดียวกับที่คุณชายใหญ่ได้กลับมา   คุณชายใหญ่กลับบ้านด้วยอาการหนักหนาสาหัสกว่ายามที่คุณชายรองกลับมาซะอีก!

คุณชายใหญ่ถูกพยุงกลับบ้านโดยหยวนเฉิงด้วยอาการเศร้าสลดตรอมใจ!

ข้านั้นตกใจ   หยวนเฉิงลากข้าเข้าไปกระซิบกระซาบ    คุณชายใหญ่ถูกโกงเงินไปจนหมด    พอเขาพูดจบ   เขาก็หันมองซ้ายมองขวาและก็หลุดคำถามประหลาดใจออกมาว่า     "ฮืมมม  ทำไมที่บ้านมีเครื่องเรือนใหม่ๆหลายชิ้นเพิ่มขึ้นมาล่ะ"
  
ข้ายืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว      "คุณชายรองเป็นคนจัดหามาทั้งสิ้น!"

หยวนเฉิงตกใจคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง    ข้าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่เขาไม่อยู่ให้ฟัง    เขาเบิกตาโตถลนจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า 
  
ข้าเล่าไปเรื่อยๆจนคุณชายรองกลับมาจากข้างนอก    พบเห็นหยวนเฉิงกับข้ายืนเบียดกันที่มุมห้องกระซิบกระซาบ    ใบหน้าของเขาอยู่ดีก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว    ข้ารีบสะกิดมือของหยวนเฉิงให้เขารู้ตัวว่าคุณชายรองกลับมาแล้วและพวกเราไม่ควรพูดคุยกันต่อ 

พอเห็นข้าสะกิด    สีหน้าของคุณชายรองก็ยิ่งเขียวไปกันใหญ่       ผลลัพธ์น่ะเหรอ    การไม่เอาใจใส่เจ้านาย   มัวแต่พูดคุยเรื่องไร้สาระทำให้หยวนเฉิงโดนให้อดอาหารเย็น    แต่ทำไมข้ายังคงได้กินน่ะเหรอ    ข้าก็ไม่รู้หรอก! 

หลังจากคุณชายรองทราบเรื่องคุณชายใหญ่โดนโกง    ท่าทีคุณชายรองไม่สู้ดี เขาเรียกคุณชายใหญ่เข้าบ้านแล้วพูดคุยกันตลอดบ่าย    เมื่อคุณชายใหญ่กลับออกมา    เขากล่าวว่าวิธีการพูดจาของคุณชายรองราวกับถอดแบบมาจากตัวนายท่านหยางเอง

ข้ามองไปเบื้องหน้า    ถึงแม้คุณชายรองจะเตี้ยกว่าผู้อื่นกึ่งหนึ่งแต่ข้าเชื่อว่าต่อไปผู้คนจะต้องแหงนมองคุณชายรองของข้าเป็นแน่ 
  
ต่อมาคุณชายใหญ่ก็รับหน้าที่เบื้องหลังคอยดูแลกิจการงานภายในบ้านและกลับกลายมาเป็นคุณชายรองที่ออกเดินทางตะเวนติดต่อทำการค้า     หากเขาออกเดินทางเที่ยวหนึ่งกินเวลา 2 เดือน     บ้านที่อาศัยของเราก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลง     พอสิ้นปี,  พวกเราก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ถึงแม้มันจะไม่ใหญ่เท่าคฤหาสน์ตระกูลหยางแห่งเดิมแต่มันก็สดใสน่าอยู่รวมทั้งยังมีคนรับใช้เพิ่มขึ้นด้วย  

สิ่งที่น่าเสียดายอย่างเดียวก็คือตอนที่พวกเราย้ายเข้าไปบ้านหลังใหม่ คุณชายรองมิได้อยู่ด้วย    ข้าไม่รู้ว่าคุณชายรองกล่าวอะไรกับคุณชายใหญ่แต่นับจากนั้นคุณชายใหญ่ก็ไม่ให้ข้าทำงาน    เขามอบเสื้อผ้าชุดใหม่แก่ข้า   หยวนเฉิงกล่าวกับข้าว่า    "เจ้าสมควรได้รับมันแล้ว" 

ข้าก็ยังไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเขาเท่าไร!

นานต่อมา,  เมื่อคุณชายรองกลับมา    เขากลับมาถึงเมื่อดึกมากแล้วและก็จากไปก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น  

เมื่อข้าตื่นขึ้นมา,  หยวนเฉิงบอกข้าว่าคุณชายรองรั้งอยู่ในห้องของข้าตลอดทั้งคืน     ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดคุณชายรองถึงไม่ปลุกข้า!
  
อีกครึ่งปีผ่านไปคุณชายรองก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง    ครั้งนี้ทั่วทั้งเมืองหางโจวต่างก็กล่าวขวัญถึงคุณชายรอง    พวกเขาให้สมญานามเบื้องหลังคุณชายรองว่า    เทพเจ้านำโชคฉบับกระเป๋า   ข้าว่าคำว่าเทพเจ้านำโชคก็ดีอยู่หรอก    แต่ทำไมต้องมีฉบับกระเป๋าด้วย    แต่ตัวคุณชายรองของข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
  
ยามเมื่อเขากลับมานั้นหิมะกำลังตก    อากาศกำลังหนาว    และข้ากำลังกวาดลาน   ถึงแม้ว่าพ่อบ้านจะไม่ยอมให้ข้าได้ทำงาน    ข้าก็ยังมิลืมเลือนว่าข้าเป็นสาวใช้   ทุกๆวัน....ข้าจะต้องทำงานทำการมิฉะนั้นข้าไม่อาจนอนหลับ ข้ากำลังกวาดใบไม้บนพื้นเมื่อข้าหมุนตัวกลับมาเห็นคนผู้หนึ่งนั่งบนม้านั่งหิน..................................


ข้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคุณชายรองนั่งอยู่ตรงนั้น    มีกาน้ำชาอยู่ในมือของเขาแล้วด้วยซ้ำ    เขาสวมเสื้อผ้าไหมสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อตัวนอกสีเทา ผมของเขาเกล้ายกสูง   ในนิ้วโป้งสวมใส่แหวนหยกเขียวใส  แม้อาภรณ์จะเรียบง่ายแต่ก็เปล่งประกายของความสง่า   ข้าพูดออกมาว่า    "คุณชายรอง ท่านกลับมาแล้ว!"    เขาทำเสียงตอบรับเบาๆในคอและยังคงจับจ้องมองข้าอย่างนั้น    ข้ามองซ้ายมองขวาแล้วพูดต่อว่า     "บ่าวจะไปบอกพ่อบ้าน" 

เขาไม่อนุญาตให้ข้าไปซ้ำยังพูดว่า     "เจ้ามาตรงนี้........"

ข้าเดินเข้าไป    คุณชายรองมองไม้กวาดในมือข้าแล้วถามว่า    "นี่คืออะไร"
  
จากกันไปนานเหมือนคุณชายรองของข้ายังคงชมชอบตั้งคำถาม    ข้าพูด    "ไม้กวาดอันหนึ่ง"
  
คุณชายรองพูดอย่างไม่ใส่ใจ     "โยนมันทิ้งไป"
  
ข้าไม่ขว้างปาสิ่งของโดยเฉพาะต่อหน้าคุณชายรอง    ข้าเปลี่ยนเป็นวางมันไว้ข้างๆ    ข้ายืนอย่างสงบเสงี่ยมข้างๆคุณชายรอง    คุณชายรองพิจารณาข้าตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า    "คืนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าของเจ้าแล้วตามข้าไปข้างนอก"
  
ข้ารับคำ    “เจ้าคะ...
  
เมื่อยามค่ำมาถึงข้าได้มายืนเคียงข้างคุณชายรอง     สีหน้าของเขานิ่งเฉยขณะที่กล่าวว่า    ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าเปลี่ยนจากเสื้อผ้าเก่าโทรมชุดหนึ่งไปอีกชุดหนึ่ง”     ข้าร้อง   “อ้า....”    และทำท่าจะรีบกลับไปเปลี่ยนชุด   แต่คุณชายรองโบกมือแล้วกล่าวว่า  " ไม่เป็นไรหรอก  ออกเดินทางกันเถอะ"
  
ทะเลสาบฝั่งตะวันตกคลาคล่ำไปด้วยผู้คน     ข้าเห็นเรือสำราญตกแต่งอย่างงดงามหลายลำจอดริมฝั่ง    ข้าถึงกับอึ้งเมื่อคุณชายรองนำข้าไปยังเรือลำที่ใหญ่ที่สุด     ก่อนที่เราจะก้าวลงเรือ    คนนั่นคนนี้ต่างเข้ามาทักทายคารวะคุณชายรอง
  
พวกเขายกยิ้มจนตาโค้งหยีให้กับคุณชายรอง    “โอ้....คารวะคุณชายรอง ท่านอุตส่าห์ให้เกียรติพวกเรา เชิญๆๆๆ”    มีบุคคล 2-3 คนกล่าวต้อนรับคุณชายรองขึ้นเรือ   ตัวข้านั่นติดตามอยู่เบื้องหลังคุณชายรอง
นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ลงเรือสำราญตกแต่งตระการตาเช่นนี้   ภายในทั้งกว้างขวางและสว่างไสว   มีสิ่งประดับประดาล้ำค่างดงามสะท้อนแสงพร่างพราย     มียกพื้นสองแห่งและมีนางรำกำลังร่ายรำการแสดงเย้ายวนอารมณ์รวมทั้งนักร้องขับลำนำเสียงอ่อนหวานประสานกับเสียงเครื่องดนตรีขับกล่อมจากนักดนตรีประสานกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ 
  
ข้าหันมาพบกับแถวต้อนรับจากบรรดาสาวใช้ที่ยืนขนานกันด้านข้าง เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่ไม่เก่า    ล้วนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี    ข้าถึงเพิ่งเข้าใจถ่องแท้ว่าทำไมคุณชายรองจึงออกคำสั่งให้ข้าเปลี่ยนเครื่องแต่งกายก่อนมา    ข้าทำเขาขายหน้าอีกครั้งอีกแล้ว!
  
เอาเถอะถึงข้าจะทำให้เขาเสียหน้า    ข้าก็จะปฏิบัติหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุดในฐานะสาวใช้ของเขา     ข้าเดินไปที่กลุ่มของสาวใช้เหล่านั้นและก็โค้งศีรษะลงอย่างนอบน้อม     ตั้งแต่ข้าเดินเข้าไปร่วมกลุ่มกับบรรดาสาวใช้    พวกนางก็มองข้าแปลกๆแล้ว    ดูเหมือนข้าจะไม่เหมาะกับที่ตรงนี้จริงๆ     ข้าส่งสายตาสำนึกตัวไปทางคุณชายรอง    บังเอิญเหลือเกินเขาหันกลับมามองทางข้าพอดี    สายตาเขาดูแปลกๆขณะที่เขากล่าวว่า     "ทำไมเจ้าจึงไปยืนอยู่ตรงนั้นกันเล่า......"
  
เขายื่นมือมาให้ข้า    “มาทางนี้...”    ข้าจึงต้องกลับมายืนเคียงข้างเขาอย่างช่วยไม่ได้     แต่คุณชายรองยังมิได้จบความตั้งใจของเขาแค่นั้น เขาตบเบาๆที่ที่นั่งติดกับเขา     ข้ามิเข้าใจแต่ยังไม่ทันที่คุณชายรองจะถอนใจให้กับความเปิ่นของข้า    บุรุษผู้หนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็รีบฉีกยิ้มให้ข้า    “แม่นางโหว รีบนั่งลงเถิด

คำพ้องเสียงของอักษร  ลิง  ในคำจีนนั่นเอง    ประมาณ แม่นางริงค่ะ เชิญนั่ง  ในคำไทยนั่นเอง)


แม่นางโหวงั้นเหรอ????     ข้านั่งลงด้วยท่าทางแข็งๆ


.....................................
จบบท


1 ความคิดเห็น: