บทที่4 คุณชายรองผงาดอีกครั้ง!


บทที่ 4 คุณชายรองผงาดอีกครั้ง!

ในวันต่อมา,  ข้าปฏิบัติตามคำสั่งของคุณชายรอง    นั่งประดิษฐ์เครื่องประดับดอกไม้สดและจัดเรียงไว้    คุณชายรองแบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มและสั่งให้ข้าพยุงเขาขึ้นนั่งในรถเข็นไม้     จริงๆข้าคิดว่าหลังจากเหตุการณ์ที่เจอมาเมื่อวาน    คุณชายรองจะงดออกนอกบ้าน เขาบอกให้ข้าเข็นเขาไปที่ร้านนกฮูกเหินฟ้า   สถานที่จัดจำหน่ายเครื่องประทินโฉมและเครื่องประดับชั้นนำ 

พอพวกเรามาถึงตรงหน้าร้าน   คุณชายรองบอกให้ข้าไปตามเจ้าของร้านออกมาพบ   เมื่อเจ้าของร้านออกมาต้อนรับ   พอสายตาเขาเห็นสภาพของคุณชายรองซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นไม้   สายตาเขาดูไม่ค่อยดีเลยแต่เขาก็ยังคงต้อนรับขับสู้เรา    คุณชายรองบอกให้ข้านั่งลงข้างๆกายเขาและเริ่มเปิดฉากพูดคุยเจรจากับเจ้าของร้าน   หลังจากนั้น 1 ชั่วยาม ข้าเห็นเจ้าของร้านสั่งให้ลูกจ้างนำเครื่องประดับดอกไม้ทั้งหมดไปไว้ในร้าน    จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปทางด้านหลัง

ช่วงเวลานี้ คุณชายรองเรียกข้า   "กลับกันเถอะ"   ข้าไม่กล้าเซ้าซี้ถามได้แต่ผลักรถเข็นไม้มุ่งหน้ากลับบ้าน   เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน   คุณชายรองโยนถุงเงินมาให้ข้า   เมื่อข้ารับถุงเงิน   ข้างในมีเหรียญอีแปะหลายเหรียญ    ข้ามองดูด้วยความประหลาดใจ

 คุณชายรองไขข้อสงสัยของข้าว่า    "เจ้าเป็นคนหาเงินจำนวนนี้"

"แต่ทั้งหมดนี่...นี่...นี่.."
คุณชายรองออกคำสั่ง    "ต่อไป   ส่งสินค้าทุกๆ3วันจนกว่าดอกไม้จะหมดช่วงฤดู   เลือกดอกสีขาวมาจัดร่วมกับดอกไม้ชนิดอื่น   อย่าใช้ใบหลิว"    ข้าผงกหัวหงึกๆ    "เจ้าค่ะ  เจ้าค่ะ "

 นายท่านยังไรก็ยังมีรัศมีของเจ้านายอยู่ดี.........

หาเงินได้มากขึ้น   ทำงานน้อยลง   ดังนั้นจึงมีเวลาว่างมากขึ้น  ในเวลานี้ นอกจากกิจกรรม   กินข้าว   ขับถ่ายหนักและเบาแล้ว   คุณชายรองยังฝึกฝนร่างกายเพิ่มด้วย

ข้าหวั่นใจว่าเขาจะทำให้ศีรษะของเขากระแทกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าสักวัน ข้าก็เลยนำเสื่อหญ้ามาปูคลุมพื้นทั่วทั้งห้อง    หลังจากแผลของคุณชายรองหายสนิท เขาก็เริ่มใส่กางเกง    เพื่อความสะดวกข้าเลยตัดขากางเกงทิ้ง   เย็บปิดให้เรียบร้อยเพื่อให้คุณชายรองใส่สะดวก
  
ร่างกายคุณชายรองเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อนแค่จะทำท่านั่งยังลำบาก    ทุกๆวัน,  ข้าจะช่วยพยุงหลังให้เขาในขณะที่เขาฝึกนั่ง   แรกๆเมื่อเริ่มฝึก   ร่างกายเขาจะโงนเงนไปทางด้านขวาและก็จะล้มลง    แต่หลังฝึกฝนจนชำนาญขึ้น   คุณชายรองก็สามารถนั่งได้อย่างมั่นคง
  
เดี๋ยวนี้,  คุณชายรองไม่ใช่แค่นั่งได้    แต่เขาสามารถใช้สองมือยันพื้นและเคลื่อนตัวไปข้างหน้า   ข้าเคยถามคุณชายรองว่าอยากให้ข้าสั่งช่างไม้ให้ทำเก้าอี้ล้อเลื่อนไม้ให้หรือไม่   คุณชายรองครุ่นคิดแล้วสั่นศีรษะกล่าวว่า    "สิ่งนั้นใช้ไม่สะดวก"

คุณชายรองกดๆลงบนขาซ้ายที่ยังเหลือของเขาแล้วชำเลืองมองมาที่ข้า    ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจเมื่อสังเกตเห็นประกายตาน่าสงสัยในตาของคุณชายรอง   หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนวัน   เขาหันหน้ามาที่ข้าและพูดเสียงต่ำๆว่า    "เจ้าเข้ามาใกล้ๆนี่..........."

ตอนนี้ข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว   ทำยังไงต่อไปดี  แต่คำสั่งเจ้านายก็ถือว่าต้องปฏิบัติตามแต่โดยดีนี่นา    ข้าก็ขยับเข้าไปใกล้อีกครึ่งก้าว 

คุณชายรองก็พูดว่า.......... "แตะมันซิ"  

............

...........

...........

คุณชายรองสั่งสุ่มเสียงที่หมดความอดทน ..."จับขาข้าซิ" 

ข้าก็เดาไม่ถูกว่าคุณชายรองคิดจะทำอะไร   แต่ข้าก็เอื้อมมือออกไปแตะขาเขา   เขาเอามือของเขาหลบปล่อยให้ข้าแตะขาเขาอย่างระมัดระวัง

 มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าแตะขาเขา    ข้าเคยแตะขาเขามาก่อนตอนนั่งทายา แตะทั้งเปลือยเปล่าไร้เนื้อผ้ากั้นด้วยซ้ำ   แต่สารภาพตามตรง ข้ารู้สึกประหม่ามากกว่าในตอนนี้    ทั้งๆที่เขาก็สวมกางเกงมีผ้าไหมเนื้อเบากั้นกางบนขาของเขา    ดูเหมือนคุณชายรองก็จะเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมา    หน้าเขาค่อยๆ...แดง - อาจจะเริ่มโมโหอะไรข้าอีกแล้วแน่ๆ 

ข้าค่อยๆลูบๆคลำๆข้าของคุณชายรองด้วยความเชื่อฟังอย่างยิ่ง!

ขาของคุณชายรองค่อนข้างแข็งแรงประกอบแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ ข้า-ไม่-อาจ-ใช้-มือ-เดียว-กำ-รอบ    ใต้มือข้านี่คือเนื้อผ้า   ลึกลงไปใต้เนื้อผ้าคือร่องรอยนูนเว้าต่างๆ

ข้าไม่รู้ว่ามือข้าสั่นหรือขาของคุณชายรองกันแน่ที่สั่น!

"เจ้าจับถี่ถ้วนหรือยัง"

ข้าผงกหัวลอยๆราวกับคนโง่   คุณชายรองพูดว่า    "สั่งให้ช่างทำขาไม้ไผ่ใหญ่ขนาดนี้"

"ญะ...ใหญ่ขนาดนี้?????"

หน้าคุณชายรองเริ่มแดงอีกครั้ง    "ใหญ่-เท่า-กับ-ขา-ของข้า"

"อา...อา...เอ่อใช่ๆ....เจ้าค่ะ  ใหญ่เท่ากับขา"

ข้าถามต่อว่า     "เอาความยาวเท่าไรดีเจ้าค่ะ"

สีหน้าของคุณชายรองไม่ค่อยดี เขาโบกไม้โบกมือประกอบ    "หากยาวนัก  ก็จะเดินยาก   เอาความยาวแค่สองฝ่ามือน่าจะดี   และก็ทำค้ำยันมาด้วย"

"ทำให้สั้นด้วยใช่ไหมเจ้าค่ะ"     ข้าถามต่อ 
                     
"แน่นอนอยู่แล้ว"

เมื่อข้าไปสั่งของ   หลังจากที่ช่างไม้ฟังความประสงค์ของข้า   เขาบอกข้าว่าข้าสามารถรอรับของไปได้เลย    ข้าเองเคยคิดว่าต้องกลับมารับของอีกทีหลังจากนี้สัก 2-3 วัน    ตอนข้าพูดถึงเรื่องนี้กับคุณชายรอง เขาทำหน้าหยันขณะมองข้าแล้วพูดว่า   งานง่ายๆเช่นนี้   ทำแค่ 2 ขั้นตอนก็สำเร็จเป็นชิ้นงานแล้ว 

หลังจากที่ข้าได้เห็นผลงานของช่างไม้    ข้าก็คิดในใจว่า   เป็นชิ้นงานที่ดูเรียบง่ายเน้นประโยชน์ใช้สอยจริงๆ   ขั้นตอนแค่  2-3  อย่างก็เสร็จจริงๆด้วย   ข้าเดินกลับบ้านไปพลางชมดูของที่อยู่ในมือไป    ไม้ค้ำยันความยาวแค่เอวข้าเอง    ข้ามองไปที่ขาไม้ไผ่แล้วหัวใจข้าก็รู้สึกรสฝาดเฝื่อน   คุณชายรองที่สูงสง่าบัดนี้มีความสูงเพียงแค่นี้เท่านั้น!

หลังจากข้านำของกลับมาถึงบ้าน    คุณชายรองนั่งจ้องดูของนั้นเป็นเวลานาน   สีหน้าของเขาดูสงบนิ่ง   ข้ายืนรับใช้อยู่ข้างๆไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดังๆ    คุณชายใหญ่กล่าวออกมาในที่สุดว่า    "รวดเร็วยิ่ง"

ข้ารีบเสริมต่อว่า    "ช่างไม้คนนี้ผีมือเก่งกาจมาก" 

 คุณชายรองมองข้าโดยไม่พูดอะไร    ข้าเลยรีบก้มหน้าและเย็บปากปิดสนิท

ข้ามีความรู้สึกว่าคุณชายรองหงุดหงิด    ท่วงท่าของเขาในขณะที่พยายามสวมใส่ขาไม้ไผ่กับขาของเขาช่างรุนแรงกระแทกกระทั้น   อย่าถามข้าเลยว่าข้ารู้ได้อย่างไง    มันเป็นเพียงความรู้สึกของข้าที่บอกให้ข้ารู้   ข้าเดินเข้าไปและช่วยเขาสวมมัน   มือของเขาสั่นเทา  ใบหน้าเขาก้มต่ำ   ข้าจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขา   ข้ากล่าวว่า    "คุณชายรอง ท่านต้องค่อยๆใส่เจ้าค่ะ"     มือของคุณชายรองหยุดเคลื่อนไหว    เขาปล่อยให้ข้าสวมที่เหลือให้เขา

คุณชายรองปักหลักอยู่ที่พื้นห้อง    ไม้ค้ำยันทั้งสองอยู่ใต้รักแร้   ความยาวกำลังพอเหมาะประมาณถึงช่วงอกของข้า   ด้วยแรงส่งจากสองมือของเขาเอง   ร่างกายของเขาเริ่มขยับ

 จากนั้นเสียง พลั่ก เขาล้มลง   ข้ารีบเข้าไปประคองแต่คุณชายรองสั่งให้ข้าถอยไปข้างๆ    ดังนั้นข้าดูเขายืนขึ้นจากพื้นด้วยตนเองและเริ่มลองใหม่อีกครั้ง   ข้าไม่รู้มาก่อนว่านายน้อยสามารถลุกขึ้นจากพื้นเองได้ง่ายดายเพียงไหน

จากนั้นทุกวันคุณชายรองก็จะหัดเดินกับไม้ค้ำยันทุกวัน    แรกๆเขาล้มแล้วล้มอีกจนมีแต่รอยช้ำเป็นจ้ำๆทั้งสีเขียว  สีม่วง    แต่จากนั้น.. อย่างช้าๆเขาก็สามารถเดินได้อย่างเรียบลื่นจนเขาเอาไม้ค้ำยันข้างซ้ายออกเหลือเพียงไม้ค้ำยันข้างขวาเพียงข้างเดียวเท่านั้น

แต่ในขณะเดียวกัน    การหัดเดินของคุณชายรองก็ก่อให้เกิดแผลเสียดสีจนทำให้ขาข้างซ้ายของเขาชุ่มไปด้วยเลือด    ทุกครั้งที่นั่งทายาที่แผลเขา   คุณชายรองจะขบฟันด้วยความเจ็บปวด    มีครั้งหนึ่งข้าอดกล่าวบอกเขาให้ตรากตรำน้อยลง   ถนอมร่างกายให้มากขึ้นสักนิด   คุณชายรองกลับส่ายศีรษะและพูดว่า

"ทุกๆปีช่วงเวลานี้   พ่อค้าใบชาจากเมืองหลวงจะเดินทางมาที่เมืองหางโจว  การค้าใบชาจะคึกคักเป็นอย่างยิ่งจะมีโอกาสใหม่ๆมากมาย   อย่างน้อยก่อนจะถึงช่วงนั้น    ข้าต้องเดินให้ได้" 

ตัวข้าไม่กล้ากล่าวอะไรมากออกไป    คุณชายรองในสภาพร่างกายเช่นนี้ ท่านยังคิดจะออกเดินทางเพื่อค้าขาย!


แต่ไม่นานหลังจากนั้น    คุณชายรองก็สามารถเดินทางค้าขายได้จริงๆ

--------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อถึงเวลาที่พวกพ่อค้าเดินทางจากเมืองหลวงมาสู่เมืองหางโจว     พวกเขามักจะมาดื่มชาเจรจาธุรกิจกันที่หอน้ำชาริมทะเลสาบตะวันตกอันเลื่องชื่อ 



คุณชายรองไปสถานที่แห่งนี้ทุกวัน    เขาจะสั่งชาหลงจิงที่ถูกที่สุดในร้านหนึ่งกา    และจะค่อยละเลียดดื่มจนกระทั่งมันจืดจางเป็นน้ำเปล่าธรรมดาก็ยังไม่จากไปไหน    ในไม่ช้าผู้คนในร้านก็เริ่มจดจำเขาได้ว่าเขาคือคุณชายรองตระกูลหยางพอมาเห็นสภาพตกต่ำอนาถของเขา คนพวกนั้นก็พูดดูถูกลับหลังเขา   โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  คำพูดเหล่านั้นก็มาถึงหูของคุณชายรองแต่คุณชายรองก็ทำตัวราวกับคนหูหนวกที่มาพร้อมทั้งอุปกรณ์ในการเดินเช่น ขาไม้ไผ่เอย   ไม้ค้ำยันเอย   คุณชายรองถึงกับร้องเพลงในลำคอเบาๆขณะนั่งชื่นชมทิวทัศน์ด้วยซ้ำ  
  
วันหนึ่งคุณชายรองไปนั่งดื่มชาตามปกติแล้วสายตาเขาก็ไปปะทะเอากับคนสามคนที่นั่งอยู่มุมไกลสุดออกไป 2 ใน 3 ท่านกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่    เขาขยับไม้ค้ำยันและเดินตัดข้ามห้องเข้าไปหา    เมื่อเขาเดินมาถึงโต๊ะแล้ว  2 ใน 3 คนก็มองเขา   แต่คนที่มีอาวุโสมากที่สุดสายตายังคงจับจ้องที่กระดานหมากโดยไม่ขยับเขยื้อน
  
คุณชายรองสูงกว่าโต๊ะไม่มาก   มือซ้ายเขาท้าวไปที่เก้าอี้และด้วยแรงผลักจากมือขวา   เขาก็ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ได้สำเร็จ   เมื่อผู้เยาว์วัยกว่า 2 ท่านเห็นดังนี้    คิ้วพวกเขาก็ขมวดเข้าด้วยกันและทำท่าจะไล่เขาไป คุณชายรองกล่าวขึ้นว่า    "ถ้าท่านไม่กินม้าตัวนั้น   ใน3ตาตัวเบี้ยจะไล่ราชาให้จนมุม"    ชายอาวุโสในโต๊ะนั้นผงกหัวเห็นด้วยแล้วค่อยหันมามองที่คุณชายรอง    "หนุ่มน้อย   ผู้ดีดูการเดินหมากไม่ออกปากสอด"

คุณชายรองหัวเราะก้องและตบบ่าชายหนุ่มที่เป็นคู่ประลองของชายอาวุโสแล้วพูดว่า    "คนหนุ่มไม่กล้าชิงชัย    ข้าแค่แนะท่านเพื่อช่วยเขาให้หลุดจากไฟที่ลนก้น"     ชายหนุ่มหน้าแดงและพูดว่า    "อะไร...อะไรกันที่ไม่กล้าชิงชัย   นายท่านหลิน...อย่าไปฟังเขาพูด"

ชายอาวุโสหัวเราะดังลั่นและสำรวจคุณชายรอง     "เจ้าคือบุตรชายของหยางเหยาชาน"

คุณชายรองผงกศีรษะ    ชายอาวุโสมองไปที่ขาของคุณชายรองแต่ไม่กล่าวสิ่งใด....

จากนั้น,  ตลอดบ่ายคุณชายรองก็สนทนากับชายอาวุโสผู้นั้น   ใจความข้าไม่รู้ด้วยหรอก   แต่ที่แน่ๆทุกคนในที่นั้นต่างก็จับจ้องมองเขาทั้งคู่ สุดท้ายเมื่อพวกเขาจากไป   คุณชายรองยังเสนอตัวออกค่าอาหารถึงแม้ว่าราคาน้ำชา 2 กานั้นจะเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งบ้านสองเดือน!

ข้ารู้สึกปวดใจยิ่งนักแต่ถ้าเป็นคำสั่งของคุณชายรองข้าไม่กล้าขัดอะไรซักคำ  เมื่อเราจากมา  คุณชายรองได้ออกไปก่อนแต่ข้าได้ยินชายหนุ่มกล่าวกับชายอาวุโสว่า    "นายท่านหลิน   นั่นคือบุตรชายคนรองของท่านลุงหยางหรือ?"
  
ได้ยินเขาเอ่ยถึงคุณชายรอง    ข้าชะลอฝีเท้าและเดินกลมกลืนไปข้างๆเงี่ยหูฟัง   ชายอาวุโสทำเสียงอือคำ   ชายหนุ่มหัวคิ้วขมวด    "ข้าได้ยินชื่อเสียงตอนอยู่ที่เมืองหลวง   ข้าได้ยินมาว่าเขาเป็นพวกเสเพล   ขาใหญ่มากราคะ   เย่อหยิ่งไม่เป็นโล้เป็นพาย   ทำไมท่านถึงให้การค้าเส้นทางหางโจวแก่เขา"
  
ชายอาวุโสหัวเราะแล้วกล่าวว่า    "เจ้าคิดว่าเขาไม่เป็นโล้เป็นพาย?"

ชายหนุ่มหยุดคิดแล้วกล่าวเสียงต่ำ    "ถึงแม้ว่าเขาดูมีไหวพริบสักหน่อยแต่บุคลิกเขาก็ต่ำช้า"

ชายาอาวุโสกล่าวตอบว่า    "หมิงหลาง  เจ้าคิดว่าอะไรที่มีราคามากที่สุดในโลก"

ใจข้าได้เอ่ยคำตอบคำถามออกมาเพียงในใจ    "เงินและทองกองตั้งเป็นภูเขาแน่นอน!"

ชายหนุ่มคิดตรงกับข้าเลย    "ของมีค่าต้องเป็นทองคำล้ำค่า"

ชายชราสั่นศีรษะ.........

ชายหนุ่มถามอีก     "แล้วเช่นนั้นสิ่งนั้นคืออะไร?"

ชายชราหยิบถ้วยชาขึ้นคาดเดาจากสีหน้ามิออกว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่   เสียงต่ำของเขาค่อยๆแปรเป็นเสียงอบอุ่นจากรอยยิ้มที่ค่อยๆแผ่ขึ้นที่ริมฝีปาก  "สิ่งมีค่าใดในโลกจะเปรียบกับบุตรที่กลับใจเป็นไม่มี"
  
วันนั้นหลังจากเรากลับถึงบ้าน    ข้าเตรียมอาหารให้คุณชายรองและกลับเข้าไปในครัวแอบกินแผ่นแป้งเปล่า     ข้าไม่รู้ว่าลมอะไรหอบคุณชายรองเข้ามาในครัว    เขาไม่ได้เรียกหาข้าแต่เดินเข้ามาถึงในครัวด้วยตนเอง    เมื่อเขาเห็นว่าข้ากำลังกินอะไรในมือ    เขานิ่งตะลึงไปครู่

จากนั้นเขาก็ถามข้าว่า   "นี่-อะ-ไร"

ข้าตอบไปว่า   "อาหารของข้าน้อยเจ้าคะ"

คุณชายรองสีหน้าทะมึนยิ่งกว่าก้นของกระทะทอดอาหาร   เขาคว้าชามของข้าแล้วขว้างทิ้ง   ข้าตกใจจนกระโดดขึ้นยืน   หลังจากขว้างชามแล้ว  คุณชายรองก็ออกไปจากห้อง   สักครู่ต่อมาเขากลับมาพร้อมกล่องใส่อาหารวางไว้ตรงหน้าข้า    เขากล่าวว่า   "กิน-ซะ"   จากนั้นก็กลับเข้าห้องไปพักผ่อน 
ข้าเปิดปิ่นโตอาหารนั้นขึ้น มันประกอบด้วย 3 ชั้นใน 1 เถา    มีข้าว กับข้าวน่ากิน2-3 อย่าง   และยังมีของหวานล้างคอตบท้ายด้วย    ข้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นและค่อยๆนำแต่ละจานออกมากิน อย่างไรก็ดีข้าอุตส่าห์ถนอมที่เหลือเก็บไว้กินต่อเหนือเตาอุ่นอาหาร 

คืนนั้นขณะที่ข้ากำลังนอนฝันหวานอยู่    ข้าก็อดคิดไม่ได้ว่าข้าได้ทำอะไรให้คุณชายรองขายหน้าไปแล้วเป็นแน่!

วันรุ่งขึ้น,  เมื่อข้าลืมตาตื่นขึ้นมาข้าเห็นคุณชายรองยืนใช้ไม้ค้ำยันอยู่ที่ข้างเตียงข้า   ถึงแม้ว่าข้าจะรู้ว่าเป็นเขา   แต่ข้าก็เกือบจะตะโกนออกมาด้วยความตกใจ !
  
สีหน้าของคุณชายรองสุดแสนจะน่ากลัว    เขานำบางอย่างที่วางบนพื้นขึ้นมาแล้วเปิดปากถามข้าว่า    "นี่-คือ-อะ-ไร" 

 ข้ารู้สึกเลยว่าระยะหลังคุณชายรองชอบตั้งคำถามนี่กับข้าบ่อยขึ้น   ข้ามองดูเจ้าสิ่งนั้น   มันก็คือตะกร้าอาหารเมื่อวานที่คุณชายรองมอบให้ข้า พอข้าอ้าปากจะตอบ    คุณชายรองก็ยกตะกร้าอาหารนั้นทุ่มโครมลงบนพื้นเต็มแรง   จานอาหารหลายใบก็แตกกระจายเต็มพื้น 

ข้ามองด้วยความเสียดายหากรู้ว่าเป็นเช่นนี้มิสู้สวาปามให้หมดซะก่อนแทนที่จะเก็บเอาไว้!

ข้าต้องจดบันทึกเอาไว้ว่า    พักนี้.....คุณชายรองชมชอบขว้างปาข้าวของเพิ่มขึ้นอีกอย่างด้วย!

คุณชายรองโมโหมาก   ตัวของเขาสั่นเทาด้วยโทสะ   เขาชี้หน้าข้าฟันขบกันแน่น   เขาพูดว่า   "เจ้าเก็บมันไว้ทำไม   เจ้าคิดว่านายของเจ้าต้องเก็บออมเงินหลายวันถึงจะมีปัญญาซื้อข้าวปิ่นโตให้เจ้ากินงั้นหรอกหรือ"    ข้าผงกหัวตอบไปแต่พอเห็นสีหน้าของคุณชายรองข้ารีบเปลี่ยนมาส่ายหัวราวกับป๋องแป๋งในตลาด
  
ถึงอย่างนั้น... ด้วยระดับสติปัญญาของคุณชายรอง    ไยจะดูไม่ออกว่าข้ากำลังปดท่านอยู่   เขาโกรธจนกำมือของเขารอบไม้ค้ำยัน    กำแน่นจนเห็นกระดูกปูดขาวขึ้นมา
  
เขาพูดเน้นคำแต่ละคำ  "ข้า-หยาง-อี้-ฉี-ไม่-ว่า-จะ-ลำบาก-สิ้น-ไร้-ไม้-ตอก-แค่-ไหน- ก็-ยัง-ไม่-ถึง-กับ-อับ-จน-หน-ทาง-ที่-จะ-ดู-แล- เจ้า"***

กล่าวจบเขาก็เดินออกไปจากห้อง

ข้ามองอาหารที่หกเต็มพื้น   บอกตามตรงข้าถึงกับพูดอะไรไม่ออก!

.....................................................
จบบท 

 **คำข้างบนแปลว่า เลี้ยงดูเอาใจใส่ ใช้กับเจ้านายดูแลบ้านช่อง แต่ใช้กับสามีภรรยาที่ต้องเลี้ยงดูเอาใจใส่ตัวภรรยาก็ได้เช่นกัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น