บทที่ 2 คุณชายรองได้รับบาดเจ็บ!


บทที่ 2 คุณชายรองได้รับบาดเจ็บ!


ข้าไม่ได้จากไป   ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... ทำไมข้าถึงไม่ไป   อาจจะเป็นเพราะน้ำตาของนายหญิงหยางตอนที่ข้าเอ่ยถามถึงคุณชายรอง

ทุกคนจากไปแล้ว    ไม่มีบ่าวเหลือแม้แต่สักคนเดียว    พวกผู้หญิงสกุลหยางทั้งหมดก็ออกเดินทางกลับบ้านเกิด    นายหญิงหยางพาสาวใช้ส่วนตัว 2-3คนติดตามไปด้วย    ก่อนนางจะไปนางได้กล่าวกับข้าว่า เจ้าช่วยดูแลบ้านไปก่อน อีกไม่นานคุณชายรองก็จะกลับมา

แต่คุณชายใหญ่กลับมิยอมจากไปไหน    เขากล่าวว่าตระกูลหยางที่นายท่านได้เหลือทิ้งไว้ไม่อาจล้มลงง่ายดายเช่นนี้ !    คุณชายใหญ่สั่งให้ภรรยากลับไปอยู่บ้านเดิมของนางก่อนและเขาจะตามไปทีหลัง    ข้าได้แต่คิดว่านั่นเป็นเพียงคำพูดปลอบใจที่คุณชายใหญ่กล่าวกับภรรยาของตน    บ่าวรับใช้ที่เหลือมีแค่3คน    มีข้า,  ยายเฟิ่งและบ่าวชายของคุณชายใหญ่    ส่วนภรรยาของคุณชายใหญ่ก็ได้เดินทางจากไป

คนรับใช้ของคุณชายใหญ่ชื่อ   “หยวนเฉิง”   ในวันหนึ่งตอนที่พวกเรากำลังทำงานด้วยกัน   อยู่ๆเขาก็ถามข้าว่า   ทำไมข้าถึงยังอยู่แต่ข้าก็ไม่ได้ตอบ   ข้ากลับถามเขากลับว่าทำไมเขาถึงอยู่ต่อล่ะ   เขาเล่าว่าเขาติดหนี้บุญคุณคุณชายใหญ่และเขาไม่สามารถจะอกตัญญูกับคุณชายใหญ่ได้   จากนั้นเขาก็หันกลับมาถามข้าว่า   ข้าคงติดหนี้พระคุณของคุณชายรอง?   ข้าทำได้แค่หัวเราะ   อย่าว่าแต่หนี้บุญคุณอะไรนั่นเลย ระหว่างข้ากับคุณชายรองแค่ไม่เป็นหนี้แค้นต่อกันก็ประเสริฐแค่ไหนแล้ว 

แต่ข้าก็ไม่ได้กล่าวออกไปมิฉะนั้นข้าคงต้องอธิบายยาวแน่ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น   ดังนั้นข้าจึงแค่รับคำ   คุณชายรองมีพระคุณต่อข้ามากและข้าไม่อาจจะจากไปโดยไม่ตอบแทนพระคุณ

หลังจากได้รับฟังเหตุผล   หยวนเฉิงก็ลากข้าเข้ามาใกล้ตัวแล้วกระซิบว่า    “เจ้าน่ะเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์   คุณชายรองต้องให้เจ้าดูแลแล้ว

ข้าชะงัก   คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงพูดลอยๆขึ้นมาเฉยๆแน่    ข้าจึงถามเขาว่า เพราะเหตุใด?”

สีหน้าของหยวนเฉิงไม่สู้ดีแต่เขาพูดว่า    "มีบางอย่างเกิดขึ้นกับการค้าครั้งนี้   พวกเขาไม่เพียงส่งสินค้าให้กับวังหลวงไม่ทันแต่พวกเขายังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นด้วย"

ข้าถามเขาต่อว่า    ศัตรู?   ศัตรูที่ไหน?”

ใครจะไปรู้”    หยวนเฉิงตอบ    เมื่อขึ้นสู่จุดสูง   ย่อมมีศัตรูมากมาย ได้เห็นตระกูลหยางตกต่ำเช่นนี้    บางพวกก็ซ้ำเติมเข้ามาปล้นชิง   มีคนปล้นพวกเขาซ้ำตอนเที่ยวกลับ   นายท่านไม่ทันที่จะมีโอกาสสั่งเสียอะไรเลยด้วยซ้ำ...เฮ้อ......

ข้าไม่ทำแค่ทอดถอนใจ     ข้าซักถามเขาต่อว่า   แล้วคุณชายรองเล่า?”

หยวนเฉิงตอบกลับมาว่า    คุณชายรองของเรารอดตาย  แต่ทว่า........
ข้านี่น่ะ..อยากจะฟาดเขาพลั้วะจริงๆ   ไฉนจึงชอบเว้นประโยคเอาตอนสำคัญๆน่ะ    เกิดอะไรขึ้น?”

หยวนเฉิง    ข้าได้ยินว่าเขาถูกทำให้พิการ.....

วันนั้นข้าได้แต่งุนงง     หยวนเฉิงบอกว่าขาของคุณชายรองถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส    เขาได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วและกำลังเดินทางกลับมาเมืองหางโจว 

ข้าเริ่มทบทวน    เขาบาดเจ็บหนัก…………

หนักแค่ไหน?

กระดูกหัก?

พิการขาเป๋?

แต่ในตอนนั้น    ข้ายังไม่คิดอะไรมากนักแค่คิดว่าขาของเขาได้รับบาดเจ็บ    ก็แค่ต้องนอนพักผ่อนบนเตียงมากหน่อย    รู้ดีถึงความขี้หงุดหงิดของคุณชายน้อย    ดังนั้นข้าแค่สงสัยว่าเขาจะเตะข้าระบายอารมณ์กี่ครั้ง

แล้วข้าก็หวังว่านายน้อยของข้าจะหายวันหายคืน    แต่ดูเหมือนว่าความคิดคาดหวังของข้ามันออกจะไร้เดียงสาไปซะหน่อย

วันที่คุณชายรองกลับมาถึง ข้าเปิดประตูหน้าบ้าน    ในความเป็นจริงตอนนั้น   ข้าไม่ได้สังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำ   มีเกวียนเทียมวัวอยู่หน้าบ้าน ท่านลุงอายุประมาณ  50  ปีสวมเสื้อผ้าสีตุ่นๆเป็นผู้บังคับเกวียน    ข้าคิดว่าเป็นพวกขอทานก็เลยกล่าวออกไปว่า    "ท่านลุงท่านต้องขยับไปที่อื่น   ที่พวกเรามีก็ไม่พอจะแบ่งปันให้ผู้อื่นหรอก"    ชายแก่โบกมือให้ข้าดูด้านหลังเกวียน    เขาพูดเสียงเหน่อๆว่า    "ข้าน่ะส่งเจ้านี่มาถึงที่แล้ว พวกเจ้าติดค้างข้าอยู่ 2 ตำลึง"    ข้าชะโงกมองเข้าไปด้านหลังและเห็นฟางข้าวกองเต็มไปหมด    แต่เหมือนจะมีชายผ้าโผล่ออกมา    ข้าเดินเข้าไปดูพลางพูดว่า    นี่คืออะไรกัน ใครไหว้วานท่านทำ

ข้าคิดว่าเขานำสินค้ามาขายและกำลังจะออกปากตะเพิดเขาไปแต่แล้วข้าก็เห็นบุคคลที่กำลังนอนอยู่หลังเกวียน    ข้าจ้องมองนานชั่วครึ่งก้านธูปก่อนที่จะครางออกมาว่า    คะ...คะ..คุ..คุณชายระ...ระ...รอง

ข้าไม่รู้ว่าตอนนั้นคุณชายรองหลับอยู่หรือไม่แต่ดวงตาเขาทั้งสองข้างเบิกโพลง    แต่เขาไม่ขยับเขยื้อน    เขาไม่กระพริบตา    มันช่างน่าอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ    เส้นผมของคุณชายรองยุ่งเหยิง    และใบหน้าของเขาก็ซูบตอบจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม    มีฟางหนาๆสุมปิดร่างกายของเขา    มองคุณชายรองที่หมางเมินไม่สนใจข้า    มือข้าก็ปัดหญ้าไปแต่ตัวข้านั้นยังกระอึกกระอักมิกล้าเข้าไปประคองเขา

ชายชราตะโกนว่า    นี่นังหนู..เจ้าต้องค่อยๆหน่อย    เดี๋ยวเจ้าก็ฆ่าเขาตายหรอก”    ข้าฟังแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจเหตุไฉนคนดีๆคนหนึ่งถึงกับต้องตายเพราะการเคลื่อนไหวของข้า    แต่พอข้าเอากองหญ้าออกพ้นจากตัวคุณชาย    ข้าก็เข้าใจคำพูดของชายชราทันที!

ข้าสงบจิตใจให้นิ่งและกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเรียกหยวนเฉิงให้ออกมาช่วย    เมื่อเราช่วยประคองคุณชายรองเข้าบ้านคุณชายรองไม่แสดงสีหน้าท่าทางอะไรเลย    ดูราวกับหุ่นมนุษย์   แต่ดูอย่างไรคุณชายรองก็เป็นคุณชายรองตัวจริง    หลังจากที่เราสองคนพาคุณชายรองเข้าบ้าน หยวนเฉิงก็กลับออกไปเอาเงินให้ชายชรา  

พอตกตอนเย็นคุณชายใหญ่กลับมาจากข้างนอกเมื่อเขาเห็นสภาพของคุณชายรอง    น้ำตาของคุณชายใหญ่ก็ไหลริน    เขาทรุดตัวนั่งที่ข้างเตียงของคุณชายรองแล้วพูดว่า    "น้องพี่ โธ่!น้องพี่.... "

 จริงๆข้าอยากจะแทรกขึ้นว่า    ควรจะต้องรีบไปตามหมอมาตรวจอาการคุณชายรองก่อนอื่น    แต่พอข้าเห็นคุณชายใหญ่หลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ    ข้าก็มิอาจอ้าปากพูดอะไรออกมา    ตรงข้ามกับคุณชายใหญ่,   คุณชายรองกลับเอาแต่นอนนิ่งมองดูเพดานห้อง    ไม่แม้แต่จะมีน้ำตาไหล    เขาไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งนั้น!

ข้ายืนคอยอยู่ที่ประตูและมองดูคุณชายรองผ่านรอยแง้มของบานประตู     ชายหนุ่มผู้นั้นใช่คุณชายรองจริงๆหรือ?    ข้าเพิ่งเข้าใจสีหน้าเคร่งเครียดของหยวนเฉิงตอนเล่าถึงสภาพของคุณชายรอง    แต่ก่อนข้าเข้าใจว่าอาการเจ็บป่วยของคุณชายรองยังมีทางรักษา   แต่ในตอนนี้หลังจากเห็นสภาพของคุณชายรองแล้วข้าคิดว่าข้าคงมองโลกในแง่ดีเกินไป

 คุณชายรองพิการ    พิการอย่างสิ้นเชิง!     ข้าจะบรรยายสภาพของคุณชายรองอย่างไรดี.... เอาเป็นว่า    คุณชายรองเหลือกลับมาเพียงครึ่งเดียว    ส่วนเท้าทั้งสองข้างของเขาไม่เหลือให้เห็น    ข้างซ้ายคงจะกระดูกแข็งกว่าข้างขวาดังนั้นจึงเหลือขาข้างซ้ายกึ่งหนึ่งแต่ข้างขวามิได้โชคดีแบบนั้น    เอาเป็นว่าไม่มีขาข้างขวาเหลืออยู่เลย!

เมื่อก่อนยามที่ข้ามองคุณชายรอง ข้าต้องแหงนหน้า    แต่มาบัดนี้ทั้งตัวของคุณชายรองเหลือแค่หน้าอกของข้า     จากนั้นสักครู่คุณชายใหญ่ก็สำเหนียกว่า   ต้องรีบเชิญหมอมาดูอาการของคุณชายรอง    อย่างที่รู้กันตอนนี้สกุลหยางตกต่ำ ไม่มีกำลังที่จะเชิญหมอชั้นเยี่ยม   ได้แต่เซิญผู้ที่ตรวจอาการนักสู้ตามโรงฝึกมวยทั่วไปมาตรวจดูอาการ

เพื่อที่จะสะดวกในการดูแล    ท่อนล่างของคุณชายรองจึงปล่อยให้เปลือยเปล่า    ชายที่มาตรวจอาการบอกกับคุณชายใหญ่ว่า    ตอนนี้นับว่าคนเจ็บรอดชีวิตแล้วที่เหลือก็เพียงแค่ดูแลเขาดีๆ    หลังจากที่ส่งชายผู้นั้นกลับออกไป    คุณชายใหญ่ก็หันมาแจ้งข้อความที่ชายผู้นั้นบอกแต่คุณชายรองก็ไม่แสดงท่าทางสนใจอะไร    ก่อนที่คุณชายใหญ่จะคะยั้นคะยอให้คุณชายรองเปิดปากพูดสิ่งใดออกมาได้สักคำครึ่งคำ คุณชายใหญ่ก็จำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้านไปติดต่อค้าขาย    ก่อนคุณชายใหญ่จะจากไปเขาสั่งฝากให้ข้าดูแลคุณชายรองให้ดี    เขาจะกลับมาภายใน 2 เดือน

คุณชายใหญ่พาหยวนเฉิงติดตามไปด้วย    ดังนั้นทั้งบ้านเหลือข้ากับคุณชายรอง    อ้อ...อ้อ...เกือบลืม   เหลือยายเฟิ่งอีกผู้หนึ่ง   แต่ยายเฟิ่งวันทั้งวันไม่ปริปากซักคำดังนั้นข้าเกือบหลงลืมว่านางก็ยังอยู่ด้วย    ถึงคุณชายใหญ่มิได้ออกปากสั่งข้า    ข้าก็ต้องดูแลคุณชายรองอยู่ดีตามหน้าที่   ใครใช้ให้ข้าเกิดมาเป็นสาวใช้ล่ะ?    ช่วงแรกๆที่คุณชายรองมาถึง   หยวนเฉิงรับหน้าที่ดูแลคุณชายรอง    วันนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าเข้าไปในห้องคุณชายรอง   ทั้งห้องมีแต่กลิ่นเนื้อเน่า......

ข้าผลักหน้าต่างเปิดพลางพูดกับคุณชายรองที่นอนอยู่บนเตียงว่า  “เปิดให้ลมพัดเข้ามาบ้างน่ะเจ้าค่ะ”    แต่คุณชายรองทำเหมือนไม่ได้ยินข้า ต่อจากนั้นข้าก็ป้อนอาหารคุณชายรอง    เขากระทำตัวเหมือนหุ่นกระบอก     ขยับปากเปิดและก็ปิดปาก    สายตามองเหม่อไม่จ้องมองสิ่งใด    พอตกตอนค่ำ ข้านำยาเข้ามาในห้องแล้วบอกคุณชายรองว่า “คุณชายรองเจ้าค่ะ บ่าวนำยามาเปลี่ยนเจ้าค่ะ” เขาจึงมีอาการตอบสนอง…..

สายตาของคุณชายรองเริ่มขยับและจ้องมองมาทางข้า     ข้าเดินเข้าไปและเอื้อมมือจะเลิกผ้าห่ม    แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้ทำการนั้น    คุณชายรองก็เปิดปากพูดเสียงต่ำเครือว่า    “ออกไป…” 

จริงๆข้าพอจะเดาได้ว่าเขาต้องออกปากไล่ข้าแน่ๆ      แต่เพื่อภาพพจน์ความเป็นสาวใช้ผู้จงรักภักดีดังที่หยวนเฉิงเคยมองข้าไว้    ข้าจึงไม่ยอมไปไหน    ข้าก้มหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า    “คุณชายรอง บาดแผลของท่านต้องเปลี่ยนยา    มันอาจจะเจ็บอยู่บ้าง ได้โปรดอดทนน่ะเจ้าค่ะ

ไม่รอช้า,  ข้าตลบผ้าห่มและพวยพุ่งออกมาคือกลิ่นเน่าเหม็นของเนื้อตาย     หยวนเฉิงดูแลคนป่วยอย่างไรกัน?    ข้าถือขวดยาในมือและพยายามทายาอย่างแผ่วเบาลงบนบาดแผล     ก่อนที่ยาสัมผัสโดนบาดแผล    ข้าสังเกตเห็นว่า...ขาของคุณชายรองสั่นกระตุก    และข้าก็ถูกคุณชายรองผลักออกมาอย่างแรง     ข้าล้มลง    ยาหกเลอะเทอะ ช่วงแขนของคุณชายรองค่อนข้างยาว    สามารถเอื้อมคว้าได้ระยะทางไกลพอสมควร 

ข้ายกศรีษะขึ้นมอง    เห็นผมของคุณชายรองหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง     ดวงตาแวววาวราวกับสัตว์ป่าจ้องมองข้าราวกับจะฆ่าข้าให้ตาย     “ข้าบอกว่า ให้เจ้าไสหัวออกไป” 

ข้ารึจะไป..ของมันแน่อยู่แล้ว    ข้าไม่ออกไปไหนหรอก!     ข้ารู้ซึ้งมานานแล้วว่าคุณชายรองโมโหร้ายขนาดไหนเพราะข้านี่แหล่ะเป็นกระสอบทรายให้เขาระบายอารมณ์มาเนิ่นนาน     ข้าอยากจะบอกคุณชายรองด้วยซ้ำว่าแรงผลักแค่นี้ไม่ทำให้ข้าเจ็บสักเท่าไร    เทียบกับลูกเตะของคุณชายรองแต่ก่อนยังด้อยกว่าที่เป็นเคยนัก!

อ๊ะๆๆๆ    แสงสว่างแห่งปัญญาได้บังเกิด    ข้าตระหนักแล้วว่าต่อไปนี้ข้าไม่เห็นต้องเกรงกลัวลูกเตะของคุณชายรองอีกต่อไป     เมื่อข้าได้ประจักษ์ในความจริงนี้ ข้าก็ผสมละลายยาทาชุดใหม่แล้วก็กลับไปที่ข้างเตียงของคุณชายรองอีกที     แรกๆถือว่าอ่อนหัดแต่ครั้งหลังเรียกว่าชำนาญการ    ข้าฉลาดขึ้น    คราวนี้ข้าเข้าไปทางปลายเตียง........  

ถึงแม้คุณชายรองจะพยายามเหยียดแขนออกมาคว้าข้าเท่าไร    ก็ไม่สามารถเอื้อมถึง     ข้าน่ะหัวดีอะไรอย่างนี้    ข้าเกือบจะโห่ร้องออกมาดังๆถ้าไม่ติดที่คุณชายรองกำลังจ้องข้าด้วยความโกรธจัด    สองแขนของเขาวางอยู่ข้างตัว    แต่จากท่าทางการวางเหมือนกับว่า   เขาอยากจะลุกนั่งและผลักข้าออกไป     แต่...ข้าไม่กลัวเขาซักนิดเพราะว่าเขาไม่มีกำลังวังชาที่จะทำได้    บาดแผลที่ขาก็ยังไม่หาย   เนื้อเป็นสีดำคล้ำแค่มองดูข้ายังรู้สึกเจ็บ     ถ้าเขาลุกขึ้นมานั่ง    ท่านั้นจะกดน้ำหนักลงที่แผลตรงขา    คงเจ็บสาหัสเจียนตาย!


ดังนั้นข้าเลยทายาไปเงียบๆ     จริงๆแล้ว...ข้ารู้สึกขวยเขินที่ต้องทายาให้คุณชายรอง    ท่อนล่างของคุณชายรองเปล่าเปลือย   ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นแค่นางหน้าลิงกวาดลานสวนไม่มีใครสนใจ    แต่ข้าก็ยังเป็นลิงสาวโสดยังมิได้ออกเรือน     ต้องมานั่งมองเรือนร่างบุรุษเปลือยเปล่าแบบจะๆตรงหน้า     แค่คิดข้ายังไม่เคยคิดเลย  

ส่วนนั้นของคุณชายรองช่าง......ข้าจะใช้คำว่า    ยิ่งใหญ่อลังการก็แล้วกัน    แต่ ณ ตอนนี้เวลานี้..... สิ่งที่ดึงดูดสายตาข้ามากกว่าคุณชายรองน้อย    ก็คือบาดแผลที่ขาของคุณชายรอง     ข้าค่อยบรรจงไล้ยาลงที่แผล 

ทุกๆครั้งที่ข้าไล้ยา    คุณชายรองจะครางเสียงแผ่วๆ ครั้งข้าทาต่อไป ช่วงก้นของคุณชายรองสั่นกระตุกพร้อมกับมีเสียงสะอื้น     ข้าอดไม่ได้ต้องตวัดสายตาขึ้นดูสีหน้าของคุณชายรอง    ใบหน้าเขาซีดขาวราวกับกระดาษ    เส้นเลือดปูดโปน    ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ.........

ข้าเดารู้ได้ทันทีว่ามันเจ็บมากเจ็บจนคุณชายรองไม่มีแรงด่าข้า  หลังจากพิธีกรรมทายาเสร็จสิ้นลง    ข้ากลับเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร    เมื่อข้ากลับมาที่ห้องคุณชายรองอีกครั้ง    คุณชายรองก็ยังคงนอนนิ่งเหมือนปลาตาย    สายตาเบิ่งค้าง    นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง  

ข้าตักข้าวต้มเต็มช้อนป้อนที่ปากให้คุณชายรอง    คุณชายรองผลักช้อนคว่ำ   โชคดีที่ข้าป้องกันชามข้าวต้มไว้อย่างแน่นหนาถึงแม้ว่าชามข้าวต้มจะร้อนลวกมือแค่ไหน    ข้าก็ไม่ปล่อยให้ชามข้าวต้มหก    “คุณชายรอง   ท่านทานอะไรหน่อยเถิดเจ้าค่ะ

คุณชายรอง    “ไสหัวไป..

ข้าไม่รู้จะทำอย่างไง    ถ้าเป็นเมื่อก่อน  หากคุณชายรองสั่งให้ข้าไป  ข้าก็จะออกไป   แต่ตอนนี้ถ้าข้าไปคุณชายรองจะทำอย่างไง    ข้าเองก็ไม่รู้จะงัดวิธีไหนออกมาใช้    ข้าอาจจะสามารถบีบบังคับทายาให้คุณชายรอง    แต่ไอ้การป้อนอาหารผู้อื่นที่ไม่ยินยอมนี่   เอ๊ะๆๆๆๆๆ   ช้าก่อน    บังคับเหรอ.......     อืมม์  จะว่าไปใช่ว่าไร้ซึ่งหนทาง.........

ข้าวางชามข้าวต้มไว้ข้างๆ  รอให้มันเย็น    เพื่อมิให้ลวกคอ     รอสักครู่หนึ่งข้าก็ทดสอบชิมดูว่าข้าวต้มเย็นหรือยังเมื่อรู้สึกว่าใช้การได้แล้ว   ข้าก็ถือชามข้าวต้มมาใกล้ๆ    คุณชายรองคงไม่เคยโดนจับจ้องจากสาวใช้หน้าลิงเช่นข้ามาก่อน    สายตาของเขาเคลือบแคลงระมัดระวังตัว   ข้าก็พูดขึ้นว่า    “คุณชายรอง   บ่าวขออภัยที่ต้องล่วงเกินท่าน

และจากนั้น........ข้าก็..ล่วงเกินเขาเลย!

หลังจากเหตุการณ์น่าสลดใจที่ได้เกิดขึ้นกับนายท่านและคุณชายรอง    ชีวิตของคุณชายรองก็ดั่งตกนรก   แต่อย่างน้อยในนรกขุมนั้น   ก็ยังมีใครบางคนบังคับให้เขากิน เช็ดอึเช็ดเยี่ยว   จัดหาอาหารและน้ำดื่ม   และใครคนนั้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง...

<<หน้าก่อน                     สารบัญ                >>หน้าถัดไป



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น