บทที่ 1 คุณชายของข้าเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลใหญ่!

 บทที่ 1  คุณชายของข้าเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลใหญ่! 

ตระกูลหยางเป็นตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในเมืองหางโจวแหล่งเลื่องชื่อเรื่องผ้าไหมงาม  มีกิจการผ้าไหมใหญ่ที่สุดมีสาขามากมายครอบคลุมทั่วแคว้น หากพูดถึงคุณชายใหญ่   หยางอี้ฟาง”  แล้วล่ะก็   ทุกคนที่ได้ยินย่อมยกนิ้วหัวแม่มือให้  เขาผู้นี้เป็นบัณฑิตระดับแนวหน้า   ได้รับการศึกษาชั้นเลิศและได้ลำดับดีในการสอบคัดเลือกจอหงวนทั่วประเทศ     ด้านหน้าตาของหยางอี้ฟางก็ทั้งหล่อเหลาคมคาย   ใบหน้าประกอบด้วยดวงตาคมเข้ม   คิ้วอันดำหนาพาดเป็นแนวรูปกระบี่   ท่านคหบดีหยางมักชมชอบที่จะนำบุตรชายคนโตหยางอี้ฟางติดตามเขาไปเจรจาการค้าด้วยกันเสมอๆ

หยางอี้ฟางผู้นี้,  หากให้เขาถือพู่กัน   เขารังสรรค์ภาพเขียนอันงดงามสมจริง,   หากให้เขาเอ่ยวาจา   เขาก็สามารถร่ายกลอนอันลุ่มลึก,  ในโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเงินตราหรือการค้า   ความเป็นเลิศในคุณสมบัติของหยางอี้ฟางเปรียบไปก็เหมือนกับ   ความสง่างามดั่งต้นท้อ   โดดเด่นราวกับสีขาวของหิมะหลงฤดูที่ตกในฤดูใบไม้ผลิทีเดียว!

ส่วนคุณชายรอง   หยางอี้ฉี”   นั้น   เขาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว...คือเอาเป็นว่า   ผู้ใดได้ยินชื่อคุณชายรองเป็นต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้า  คุณชายรองอ่อนกว่าคุณชายใหญ่เพียงปีเดียว   แต่ความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่รวมทั้งบุคลิกลักษณะแตกต่างห่างไกลกันราวกับตำแหน่งของนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยบนมือข้างหนึ่ง

ว่ากันว่าเด็กน้อยที่เกิดมา   หากอายุครบสามขวบปีแรกก็จะเริ่มฉายแววความถนัด   บุคลิกภาพของแต่ละคน   เมื่อคุณชายรองอายุครบสามปี,  คฤหาสน์ตระกูลหยางถึงกับปิดถนนทั้งสายจัดงานฉลองยิ่งใหญ่    ตระกูลหยางได้เชิญคณะละครที่มีชื่อเสียงมาแสดงในงาน   เมื่อนางรำที่เป็นตัวเอกขึ้นขับร้องไปได้กึ่งหนึ่งของการแสดงชุดนั้น    อยู่ๆนางก็หวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ   ทุกคนต่างก็มองจ้องเป็นตาเดียวขึ้นไปบนเวทีเพื่อพบว่าตัวต้นเหตุเป็นเด็กชายปากแดงตัวกลมกำลังกลิ้งหลุนๆออกมาจากใต้กระโปรงพลิ้วกรุยกรายของนาง.....ถูกต้องแล้ว!    มิใช่เด็กน้อยบ้านใด   แต่เป็นคุณชายรองสกุลหยางนั่นเอง

นับจากวันนั้นเกือบทุกคนในเมืองหางโจวก็ได้รู้ว่า   นายน้อยคนรองสกุลหยางอายุได้แค่สามขวบก็รู้วิธีเลิกกระโปรงสตรีและลูบไล้เคล้นคลึงขาอ่อนของพวกนาง   นายท่านและนายหญิงตระกูลหยางได้รับความอับอายและตกใจจนเกือบหยุดหายใจกับวีรกรรมครั้งนี้มาก    หลังจากนั้น...นายท่านหยางก็เพียรเชิญอาจารย์มา 5 ท่าน    มีทั้งท่านอาจารย์ผู้อาวุโส,  ท่านอาจารย์คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง,  ท่านอาจารย์ที่เข้มงวดกวดขัน  รวมถึงท่านอาจารย์ใจดีมีเมตตาต่อศิษย์    แต่ทุกท่านที่กล่าวมาก็ไม่มีใครสักคนที่สามารถอบรมคุณชายรองได้   เพียงออกแรงแค่เป่าฝุ่น,  คุณชายรองก็ไล่ตะเพิดเหล่าอาจารย์ไปได้หมด

โชคยังดีที่ยังมีคุณชายใหญ่ที่ปราดเปรื่อง     ดังนั้นนายท่านและนายหญิงหยางก็มิได้อนาทรร้อนใจในพฤติกรรมของคุณชายรองนัก   ทุกๆเดือนก็จ่ายเงินรายเดือนให้คุณชายรองและก็ปล่อยให้คุณชายรองทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ส่วนนายท่านและตัวนายหญิงนั้นต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจกวดขันให้กับคุณชายใหญ่ทั้งหมด

อืมม์...เหมือนข้าจะลืมแนะนำตัวเองไป   ด้วยเพราะว่าข้าเรียกขาน  “หยางอี้ฉี”   ว่าคุณชายรอง   ดังนั้นข้าก็คือบ่าวคนหนึ่งของตระกูลหยางนั้นเอง   ถ้าจะชี้เฉพาะเจาะจงลงไป   ตัวข้านั้นเป็นสาวใช้ในเรือนส่วนตัวของคุณชายรอง 

ข้าถูกขายให้สกุลหยางตั้งแต่ข้าอายุพึ่งแปดขวบ   แรกๆข้าได้รับมอบหมายให้ทำงานทั่วไปๆในครัว   จากนั้นข้าก็ถูกย้ายให้มารับใช้คุณชายรองที่เรือนส่วนตัว   ข้าได้รับการคัดเลือกจากนายหญิงหยางโดยตรงเชียวน่ะ.......แต่ถ้าพวกท่านคิดว่า   ข้าถูกเลือกเพราะว่าตัวข้างดงามน่ารักเหมาะกับตำแหน่งสาวใช้อุ่นเตียงล่ะก็...พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว!

จริงๆแล้วข้าได้รับเลือกเพราะเหตุผลตรงกันข้ามกันเลย   ข้าได้รับเลือกเพราะความอัปลักษณ์   ไม่น่ามองของข้าต่างหาก!

ความเป็นจริงแล้วข้าไม่เคยคิดว่าข้านั้นอัปลักษณ์   ข้าอาจจะตัวเตี้ยไปนิด ใบหน้าข้าค่อนข้างกลมไปหน่อย   ตาข้าอาจจะหยีบ้างเล็กน้อย   น่องขาของข้าก็อาจจะหนาแข็งกว่าปกติไปบ้าง   แต่ข้าก็เป็นเด็กสาวนิสัยดีคนหนึ่งน่ะ

แต่นับตั้งแต่ข้าได้เหยียบย่างเข้ามาที่เรือนของคุณชายรอง   ข้าพบว่าข้าเข้าใจอะไรผิดๆมาตลอด   ด้วยรูปร่างหน้าตาเช่นข้า   ข้ามิอาจนับว่าเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งด้วยซ้ำ   ข้าควรจะเป็นแค่ “นางหน้าลิง”.......... ลิงที่อาศัยอยู่ตามภูเขา

หลังจากนั้นก็มีคนบอกข้าว่าที่ข้าได้รับเลือกให้มารับใช้คุณชายรองน่ะ 
เหตุเพราะตัวคุณชายรองได้เที่ยวไปมีสัมพันธ์ร่วมหลับนอนกับหญิงสาวในเรือนส่วนตัวของเขาหมดทุกคนแล้ว!       สาวใช้ทุกนางวันๆเอาแต่ทะเลาะกันไปมา    พยายามหาวิธีการทำให้คุณชายรองหลงใหลตนเองมากกว่าผู้อื่น   ไม่มีใครซักคนตั้งอกตั้งใจทำงานตามหน้าที่

วันแรกที่ข้ามาถึง  ข้าโค้งคำนับคุณชายรองและเงยหน้าขึ้น   คุณชายรองกำลังนั่งจิบชาร้อนอยู่   สีหน้าของคุณชายรองยามมองดูข้าบิดเบี้ยวด้วยความขยะแขยง   เขาโบกมือไล่ให้ข้ากลับออกไปทำงาน

นั้นก็คือครั้งแรกที่ข้าได้พบคุณชายรอง   ความคิดที่ข้าเคยตำหนิการกระทำของบรรดาสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มที่รีบพุ่งกระโจนขึ้นเตียงของคุณชายรองคนแล้วคนเล่านั้นเป็นอันต้องล้มเลิกไป   เพราะว่า.........เพราะว่า...............

-------

--------



คุณชายรองเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาซะจริงๆ!

ข้าเคยมีโอกาสพบเห็นคุณชายใหญ่มาก่อน   ถึงแม้ว่าคุณชายใหญ่จัดว่าเป็นชายรูปงามแล้วแต่เมื่อมาเทียบกับคุณชายรองแล้วล่ะก็...ยังห่างชั้นกันอยู่หนึ่งขั้น!   คุณชายใหญ่อาจจะดูเป็นบัณฑิตงามสง่า   ทรงภูมิปัญญาแต่ให้ความรู้สึกแข็งกระด้างเป็นพิธีการอยู่ในที   ส่วนคุณชายรองนั้นแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง   ทอดตาทั่วเมืองหางโจวแล้วใครต่อใครก็รู้ดีกันว่า   คุณชายรองเป็นชายเสเพลเจ้าสำราญอันดับหนึ่ง,   ดวงตาของเขานั้นเปล่งประกายเชิญชวนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล   เสื้อคลุมทรงโปร่งตัวนอกยามใส่เดินเล่นริมชายฝั่งทะเลสาบตะวันตกสะบัดพลิ้วไหวพร้อมกับโบกพัดด้ามงามในมือด้วยท่วงท่าสบายๆ  สามารถสะกดสายตาหญิงสาวและไม่สาวให้เหลียวมองตามหลัง

คฤหาสน์สกุลหยางมีพื้นที่กว้างขวางมาก   เรือนส่วนตัวของทั้งคุณชายใหญ่และคุณชายรองตั้งอยู่ห่างกันมาก   แต่ทุกคนในคฤหาสน์ต่างก็รู้ว่า   บ่าวรับใช้สองเรือนนี้มิถูกกัน

สาวใช้ทางเรือนคุณชายรองนั้นดูถูกเรื่องรูปร่างหน้าตาของพวกสาวใช้ของเรือนคุณชายใหญ่   ขณะที่สาวใช้ของเรือนคุณชายใหญ่ก็เหยียดหยามสาวใช้ของคุณชายรองว่าเป็นพวกไม้ไร้ลูก    และข้าในฐานะที่ทำให้มาตรฐานอันสูงส่งของฝ่ายเรือนคุณชายรองตกต่ำ   ข้าจึงต้องอยู่อย่างยากลำบาก   งานที่ต้องตรากตรำเหน็ดเหนื่อยหรือสกปรกทั้งหลายจึงตกเป็นของข้า   เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ข้าลำบากใจเท่าไรหรอก!   แต่ที่เป็นปัญหาที่สุดน่ะสิคือ..ทุกเรื่องราวอันไร้ซึ่งเหตุผลทั้งไม่มีที่มาที่ไปทุกอย่างกลับลงมารวมตกที่ตัวข้า 

ยกตัวอย่างเช่น   ครั้งหนึ่งเมื่ออนุคนโปรดล่าสุดของคุณชายรอง   “ชุนซิ่ว” กำลังเดินชมบุปผาอยู่ในสวน   บังเอิญเหลือเกินที่นางไปเหยียบเท้าของอนุอดีตตำแหน่งคนโปรดอันดับหนึ่ง   “ลู่หลิว”  เข้า   จากสาเหตุข้างต้นนี้    ก็บังเกิดศึกตบตี  “แค้นนี้ต้องชำระ เหยียบเท้าข้าไม่ได้เจ้าต้องชดใช้”   ขึ้นที่ใจกลางสวน   ข้ายืนอยู่ตรงนั้นกำลังกวาดใบไม้บนพื้นทางเดิน  เป็นเพราะข้ากำลังเบื่อจึงหยุดชมดูพวกนางลงมือลงไม้กัน แต่................

จากนั้นพอคุณชายรองมาถึง   นางสิงห์สองตัวที่ตะปบตบกันจ้าละหวั่นเมื่อครู่ก็กลายร่างมาเป็นแกะน้อยผู้อ่อนโยนยืนไร้เรี่ยวแรงซบอกคุณชายรองซ้ายคนขวาคน   ต่างพากันสะอื้นไห้แย่งกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณชายรองฟัง

คุณชายรองประคองร่างสาวงามทั้งซ้ายและขวาหันไปปลอบคนนั้นทีคนนี้ที พวกนางต่างก็ต้องการชนะในศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งนี้จึงสะอื้นตัดพ้อว่าพวกนางไม่ได้รับความเป็นธรรมขอให้คุณชายรองตัดสินลงโทษคนผิด   คุณชายรองไม่สามารถหักใจลงไม้ลงมือกับนางคนใดสักคน    เขาหันซ้ายหันขวาหันมาทางข้าพอดี

 เมื่อนัยน์ตาที่ใสกระจ่างดุจน้ำอันบริสุทธิ์ของเขาสบที่ตาข้า   อยู่ๆหัวใจของข้าก็สั่นไหวและตัวข้านั้นก็รู้สึกขนลุกชันไปหมด   เหมือนจะเป็นการยืนยันถึงความรู้สึกว่าภัยกำลังใกล้ตัว   เพียงก้าวยาวๆแค่ไม่กี่ก้าว,  คุณชายรองก็เดินมาหยุดตรงหน้าข้าพร้อมกับสะบัดมือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าข้า

ฝ่ามือนั้นมิได้เบาแต่ก็มิได้หนักถ้าท่านอยากให้ข้าอธิบายให้กระจ่างจริงๆคือ "มันเป็นตบที่น้ำหนักเหมาะสมเต็มเม็ดเต็มหน่วยสำหรับนังสาวใช้อัปลักษณ์หน้าเหมือนวานรผู้หนึ่ง"    แต่เนื่องจากข้าถึงหน้าเหมือนลิงแต่ก็เป็นลิงฉลาด ดังนั้นหลังจากตบฉาดนี้,  ข้ารีบทิ้งตัวคุกเข่าอย่างแรงและหมอบกรานลงกับพื้นพร้อมกับยอมรับผิดทั้งหมด   คุณชายรองก็หันไปกล่าวกับอนุทั้งสองนางว่าเพียงแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว   แล้วเรื่องก็จบลง

มาจนถึงทุกวันนี้ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชายรองถึงตบข้า 

เพื่อจะแสดงอำนาจในการปกครอง....

เพื่อปลอบโยนหญิงงามผู้เป็นอนุทั้งสอง.... 

หรือเขาแค่ขวางหูขวางตาหงุดหงิดไม่อยากเห็นหน้าข้า   แต่นั้นเป็นครั้งแรกที่คุณชายรองได้สัมผัสถูกตัวข้า

ข้าเคยได้ยินเรื่องซุปซิบที่พวกอนุคุยแลกเปลี่ยนกันถึงความคึกคักองอาจของคุณชายรองในเรื่องหลังม่านมุ้งและเรื่องความหฤหรรษ์ซาบซ่านยามสัมผัสแนบชิดเสียดสีเร่งเร้าร่วมทางสู่สรวงสวรรค์
..............
..............
..............
คืนวันนั้นหลังจากที่ข้าถูกคุณชายรองตบ   ข้านอนคิดอย่างเลือนๆว่าสัมผัสนั้นของคุณชายก็ทำให้ข้าเป็นสุขดุจขึ้นสวรรค์!

ต่อมามีอยู่วันหนึ่ง   นายหญิงหยางได้มาเยี่ยมเยียนถึงเรือนส่วนตัวคุณชายรองและร่วมพูดคุยกันชั่วครู่    บรรดาสาวใช้อนุทั้งหลายต่างพากันร้องห่มร้องไห้วิตกกังวลกันยกใหญ่   ข้าเลยออกปากถามถึงสาเหตุด้วยความอยากรู้อยากเห็น    โดยปกติพวกนางต่างไม่ยอมลดตัวลงพูดจากับข้าแต่ในยามนี้ ยามที่พวกนางกำลังทุกข์ใจจึงยอมเอ่ยปากเล่าให้ฟังแต่โดยดี

ข้าเข้าใจเรื่องราวโดยฉับพลัน   เรื่องกลับกลายเป็นว่า   นายหญิงหยางต้องการจะตกแต่งภรรยาให้แก่คุณชายรอง   คุณชายใหญ่แต่งงานมาได้กว่าสามปีแล้วและมีบุตรชายตัวน้อยสืบสกุลแล้วด้วยหนึ่งคน    คุณชายรองเองมักจะทำตัวลอยชายไม่วางตัวจริงจังกับเรื่องการมีครอบครัวเป็นเรื่องเป็นราว  นายท่านหยางได้ค่อยๆถ่ายเทการจัดการการค้าให้แก่คุณชายใหญ่และหลังจากถ่ายโอนให้กับคุณชายใหญ่ไปซะส่วนใหญ่แล้วถึงเพิ่งนึกถึงเรื่องตกแต่งภรรยาให้คุณชายรองขึ้นมาได้

ชื่อเสียงความเสเพลและเจ้าชู้ของคุณชายรองดังกระฉ่อนไปทั่ว    แต่ด้วยความมีหน้ามีตาและความร่ำรวยชนิดกินเล่นกี่ชาติก็ไม่หมดทำให้แม่สื่อต่างดาหน้าเข้ามาติดต่อ   นายหญิงหยางถามไถ่ความคิดเห็นของคุณชายรองแต่เขาก็ไม่กล่าวอะไรมากนอกจากว่าขอคนงามมากๆ    นายหญิงหยางก็ได้แต่ถอนใจและล่าถอยไป    จากนั้นไม่นานนายท่านและนายหญิงหยางก็ถูกอกถูกใจบุตรีของพ่อค้าใบชารายหนึ่ง

พ่อค้าใบชาผู้นี้มิใช่กระจอก   เขาเป็นหนึ่งในลำดับต้นๆของพ่อค้าใหญ่เมืองหางโจว   บุตรีคนสุดท้องของเขาเป็นสาวน้อยวัย16ปี    กำลังสาวสะพรั่งอยู่ในวัยพร้อมออกเรือน    ทั้งสองฝ่ายต่างตกลงนัดหมายดูตัวกัน

วันดูตัวนั้นคุณชายรองจงใจไปถึงที่นัดหมายสายและไม่ได้แต่งตัวให้เหมาะสมเพียบพร้อมกับฐานะ    เขาตั้งใจไปล้มงานดูตัวแต่แม่นางผู้นั้นเกิดตกหลุมรักแรกพบในความเรียบง่ายและความเป็นบุปผาชนในตัวคุณชายรอง   ดังนั้นแม้ว่าบิดามารดาของนางจะดูไม่เต็มอกเต็มใจเท่าไรแต่มานึกๆดูถึงฐานะความมีหน้ามีตาของตระกูลหยางแล้ว    อย่างไงๆอนาคตเจ้าหนุ่มคนรองของตระกูลก็คงไม่ใช่เบาๆ    ดังนั้น, พวกเขาจึงตกลงปลงใจยกลูกสาวให้แต่งเข้าสกุลหยาง

พอกลับมานายหญิงหยางก็เริ่มทำการเก็บกวาดบรรดาหญิงสาวในครอบครองของคุณชายรองให้แยกย้ายสลายออกไปจากเรือนส่วนตัวจนหมดเพียงชั่วระยะเวลาครึ่งเดือนหลังจากการดูตัวนั้น

ช่วงนั้นมีแต่เสียงร่ำไห้เสียงคร่ำครวญหวนไห้ดังระงมไปทั่วบริเวณทั้งกลางวันกลางคืนทำเอาข้ามิอาจข่มใจนอนเต็มตาสักคืน    ใบหน้าข้าจากกลมๆก็เริ่มปูดโปนขึ้นเห็นเป็นเงาลางๆของกระดูกกดลึกเป็นเบ้า   ทำให้ข้ายิ่งดูยิ่งคล้ายลิงเข้าไปทุกที   แต่ด้วยใบหน้าอันละม้ายวานรของข้านี้แหล่ะที่ทำให้ข้าสามารถหลุดรอดจากการกวาดล้างเรือนพักผ่อนของคุณชายรองได้    ข้าจึงได้ยังอยู่รอดปลอดภัยมีงานทำอยู่ในบริเวณเรือนส่วนตัวแห่งนี้ต่อไป

นอกจากข้าที่รอดมาได้ก็มีสาวใช้อายุอานามประมาณสี่สิบขึ้นไปนางหนึ่ง   แต่นอกจากเราสาวใช้สองนางแล้ว    ในเรือนของคุณชายรองแม้แต่หนูตัวเมียยังไม่มี   คนติดตามเอย   คนคุ้มกันเอย    พ่อบ้านเอยต่างก็เป็นชายหนุ่มทั้งวัยใสจนถึงวัยดึกทั้งสิ้น

คุณชายรองไม่พอใจกับการจัดการนี้มาก    พวกท่านจำต้องรู้ก่อนน่ะว่าปกติคุณชายรองข้ามักจะโมโหหงุดหงิดง่าย   หากมีสาวงามคอยพะเน้าพะนออยู่ข้างกายก็พอทำเนาแต่เมื่อไม่มีหญิงสาวเลยมันก็เหมือนสุนัขป่าแสนดุที่ถูกปล่อยจากโซ่.....ไม่ดีๆๆ...ต้องเปรียบเหมือนม้าป่าถูกปล่อยเข้าป่าต่างหาก

สาวใช้วัยดึกอีกนางมีนามว่ายายเฟิ่ง   นางเป็นคนหูหนวกดังนั้นเป้าหมายระบายอารมณ์ของคุณชายรองก็กลายมาเป็นข้า   กล่าวได้ว่าในสองปีที่ผ่านมาที่ข้ารับใช้ในเรือนของคุณชายรอง   ข้าไม่เคยได้เผชิญหน้ากับคุณชายรองบ่อยเท่ากับสองเดือนหลังจากเรือนร้างลาจากบรรดาอนุสาวงามเลย

ยามเมื่อคุณชายรองกำลังเล่นกับนกในสวนแต่หากอยู่ๆเขาเกิดนึกเบื่อขึ้นมา เขาก็จะเดิมมาเตะข้าเล่น

ข้ากล้าขัดขืนหรือไม่...แน่นอนข้าย่อมมิกล้า!

ดั้งนั้น,  ข้าจึงถูกใช้ระบายอารมณ์โกรธของเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็น    ข้าได้แต่หวังว่าจะสิ้นปีไวๆ .......ทำไมน่ะเหรอ?    ก็เพราะว่าวันแต่งงานของคุณชายรองถูกกำหนดเอาไว้ว่าจะจัดงานแต่งงานขึ้นหลังปีใหม่   หลังจากปีใหม่แล้วจะมีนายหญิงน้อยในเรือนคุณชายรองและคุณชายรองก็จะไม่มีเวลามาเตะข้า

แต่ในขณะที่ข้ามัวแต่ตั้งตานับวันก็มีบางสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคุณชายรองซะก่อน

พูดให้ถูกก็คือเรื่องไม่ได้เกิดกับคุณชายรอง    แต่เกิดกับสกุลหยางต่างหาก นายท่านหยางเดินทางไปทำการค้าที่เจียงซูและบังเอิญไปพบคุณชายรองซึ่งกำลังอยู่ระหว่างหนีออกจากบ้านเพราะความเบื่อหน่ายเข้า   นายท่านหยางด้วยความโมโหก็เลยจับตัวคุณชายรองแล้วพาเดินทางต่อไปเจียงซูด้วยกัน

เมื่อทั้งสองร่วมทางกันปรากฏว่าเกิดเรื่องขึ้น   รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิด    สาวใช้ตัวเล็กๆอย่างข้ามิอาจรู้ทั้งหมด    ข้าจำได้ว่าข้ากำลังนั่งซักผ้าตอนที่มีเสียงเอะอะโวยวายกันด้านหน้า

ข้าคิดว่ามันแปลกเมื่ออยู่ๆพวกผู้คุ้มกันก็เข้ามารื้อค้นทรัพย์สินในบ้าน    พวกมันบุกหยิบกวาดทรัพย์สินมีค่าในเรือนพักผ่อนของคุณชายรอง

คืนนั้นหลังจากที่พวกผู้คุ้มกันเหล่านั้นจากไปแล้ว    ข้าได้ยินเสียงพวกผู้หญิงในสกุลหยางต่างออกมารวมตัวกันแล้วนั่งร้องไห้    เสียงร่ำไห้ปนเสียงสะอื้นที่ฟังแล้วเศร้าสร้อยเป็นอย่างยิ่งร้องต่อเนื่องทั้งคืน

ถึงข้าจะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ข้าก็ได้รู้อย่างหนึ่งว่าตระกูลหยางจบสิ้นแล้ว!

คฤหาสน์ใหญ่โตถูกยึดและพวกเราทั้งหมดถูกขับไล่มาที่บ้านหลังเล็กๆนอกเมืองซึ่งนายหญิงหยางเป็นผู้จัดหา    นายหญิงหยางรวบรวมบ่าวไพร่ทั้งหมดและให้เงินติดตัวคนละเล็กน้อยจากนั้นก็ให้กลับบ้านเดิมไป    เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นนายหญิงหยางใส่เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบสีมอๆมิได้แตกต่างจากที่พวกข้าสวมใส่    แต่นายหญิงอย่างไรก็คือนายหญิง    แม้นางจะสวมอาภรณ์แบบไหนนางก็ยังแลดูงดงามมีสง่าราศีอยู่ดี

หลังจากที่ข้ารับเงินมา    ข้าก็ถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง....

”นายหญิง,  คุณชายรองเหล่า?”

นายหญิงหยางได้ยินที่ข้ากล่าว    สองตานางแดงกล่ำ    จากนั้นนางก็ยกมือปิดหน้าร้องไห้

.......................
จบบทที่ 1


<<สารบัญ                                         หน้าถัดไป>>




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น